pasadelaviolencia.com

Just another WordPress site

Latest Posts

เดอะ รีเจ้นท์ ของ ยูดาส

โทษฐานที่เคยเป็นเทพเจ้าแห่ง สแตมฟอร์ด บริดจ์ มาก่อน กุนซือซาตานแดงคนปัจจุบันอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เลยถูกแฟนบอลบางชนิดของ เชลซี เรียกอย่างไม่ให้เกียรติว่า ''ยูดาส''
"ยูดาส" (Judas) อันซึ่งก็คือ ยูดาส อิสติดอยู่ริออต หนึ่งในอัครนักการทูตของพระเยซูคริสต์เจ้า ผู้คาบข่าวไปบอกทหารโรมันว่าคนใดกันเป็นพระเยซูคริสต์กระทั่งส่งผลให้ท่านถูกจับไปตรึงบนไม้กางเขนนั่นแล เพราะฉะนั้น & ฉะนี้ คำว่า "Judas" ก็เลยแปลเป็นไทได้ว่า "ไอ้คนคิดคดทรยศ"
ย้อนกลับไปในเกมที่ เชลซี บรรจงถีบ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เอฟเอ คัพ เมื่อกลางเดือนเดือนมีนาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา กองเชียร์เจ้าถิ่นแผดเสียงโห่ไล่พลางร้องล้อเลียนอดีตกาลผู้จัดการทีมของตัวเองที่บุกมาเยี่ยมว่าเป็น "ยูดาส"
ข้างหลังแพ้ศึกตอนนั้นที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ – โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เลยส่งสารถึงกองเชียร์กรุ๊ปนั้นว่า…ก็ไอ้คนคิดคดทรยศคนนี้มีใช่หรือที่เคยเสกให้ทีมของพวกเอ็งครองแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 สมัย!
อืมมมม…บางครั้งบางคราวผมก็รู้สึก "พ่อไม่รู้เรื่องตุ้ม" อย่างหนักกับแฟนบอลบางประเภทในยุคปัจจุบัน เฉพาะอย่างยิ่งกับแฟนบอลแบบใหม่ที่เติบโตมาในสมัยที่โลกเน่าๆของพวกเราถูกครอบงำด้วยระบบโซเชี่ยล เน็ตเวิร์ค อันก่อให้เกิดแฟนบอลประเภทผ่าเหล่าที่ราษฎรเรียกชื่อว่า "สั้นคีย์บอร์ด" ขึ้นมา แฟนบอลประเภทนี้มักจะเอาจริงกับทุกเรื่อง สัมผัสไม่ได้ โดนแซวไม่ได้ รวมทั้งแพ้ไม่เป็น แถมหมดอารมณ์ขันอีกต่างหาก
แน่นอนว่าแฟนบอลประเภทนี้สามารถพบได้อย่างเยอะมากอยู่ในโลกเปรียบเสมือนจริงนี่แหละ
บางครั้งบางคราวกองเชียร์ของ เชลซี ประเภทนี้อาจกำเนิดไม่ทันในสมัยแรกที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กระชากความโหฬารกลับมาให้ เชลซี อีกรอบเมื่อทศวรรษที่แล้ว หรือแกล้งโง่ หรือปัญญาอ่อนเกินกว่าที่จะเข้าใจอะไรก็ไม่เคยรู้ ในขณะที่ความจริงมันก็พึ่งผ่านไปไม่นานสักเท่าไหร่พวกเขาถึงไม่รู้ว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่เคยคิดคดทรยศ เชลซี มิหนำดูเหมือนจะเป็น เชลซี ด้วยที่คิดคดทรยศ โชเซ่ มูรินโญ่
ตอนวางตูดอยู่บนตำแหน่งผู้จัดการทีมสิงห์บลูส์ กุนซือชาวขนมฝอยทองผู้นี้ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความสำเร็จของสมาคม แม้ต้องแลกมาด้วยความไม่ชอบก็ตาม แต่ทว่าผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาเป็นการเช็ดก "คิดคดทรยศ" ถึง 2 ครั้ง 2 คราว
หากคนใดกันไม่เชื่อ เวลาพบตัวเป็นๆของ "มูมู่" ก็ลองขอพี่มึงมองแผ่นข้างหลังได้เลยครับ ถ้าเกิดพี่มึงยอมเปิดให้มอง คุณจะพบอะไรที่เรียกว่า "รู" อยู่บริเวณกลางข้างหลังถึง 2 รู
รูอันดับที่หนึ่ง – พี่มึงถูกผู้ครอบครองทีมชาวรัสเซียเอามีดปากฉลามที่ผลิตขึ้นตั้งแต่สมัยที่ยังใช้ชื่อว่าสหภาพโซเวียตทิ่มแทง ข้างหลัง เชลซี สูญเสียความโหฬารให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนถูกเนรเทศออกมาจาก เดอะ บริดจ์ พร้อมเงื่อนไขมากไม่น้อยเลยทีเดียว ดังเช่นห้ามรับงานผู้จัดการทีมโดยทันที รวมถึงห้ามเป็นกุนซือให้ทีมอื่นในอังกฤษภายในระยะเวลา 1 ปี
จนถึงแผลฉกรรจ์จากมีดปากฉลามสมานกันดีก็เลยกลับมาจูบปากกันใหม่ ครั้งนี้ "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" ช่วยทำให้ เชลซี กลับมาผงาดง้ำค้ำเมืองหลวงลูกหนังอีกรอบ
แต่ทว่าเพียงแค่ฤดูกาลถัดมาที่กุนซือผู้หยิ่งถูกลูกทีมตัวเองเอามีดปลายแหลมสำหรับหั่นปลามากุโระ ความยาว 1 ฟุตกว่าๆกะซวกเข้าที่กลางข้างหลังทะลุถึงหัวใจเป็นรูที่ 2 ในชีวิต
เท่านั้นไม่พอ ลูกทีมของเขาบางคนยังสั่งซื้อ "ศาสนาเชนซอว์" (Chainsaw) จากมลรัฐเท็กซัส เพื่อเอามาเลื่อยขาเก้าอี้ผู้จัดการทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ กระทั่งขาดสะบั้น ส่งผลให้พี่มึงถูกโคตรมหาเศรษฐีชาวรัสเซียคนเดิมเนรเทศออกมาจากอาณาจักร สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นคำรบที่ 2

เมื่อไม่มีพันธะสัญญาหัวใจอะไรก็แล้วแต่ต่อกันแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ก็มีสิทธิ์ร่วมงานกับท่านปีศาจร้าย หรือสมาคมไหนก็ได้โดยไม่ผิดกติการวมทั้งมรรยาทไม่ใช่หรือ?
นอกจากนั้น เชลซี กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ใช่แฟน-คู่ปรับ, คู่เวร-คู่กรรม หรือคู่บุญ-คู่บรรพชาของกันและกันในประวัติศาสตร์ลูกหนังซะหน่อย
ที่สำคัญเป็นในการเจอกัน 2 คราวแรกของฤดูกาลนี้ เชลซี ก็เป็นฝ่ายมีชัยอย่างงดงามทั้ง 2 ครั้ง
มันขาดเหตุผลอันใดเลยครับที่แฟนบอล เชลซี บางชนิดจะไปเรียกอดีตกาลกุนซือทีมตัวเองว่า "ยูดาส"
นั่นเป็นเหตุผลที่บอกว่าเพราะอะไร โชเซ่ มูรินโญ่ ถึงยกสามนิ้วพลางเอากำปั้นขวาทุบไปบนหน้าอกข้างซ้ายของตัวเองที่มีตราซาตานสามง่ามประทับอยู่ เหมือนกับอยากบอก "คู่รักเก่า" ของตัวเองว่า "ไอ้เชี่ย!…กูไปฆ่าพ่อเอ็งหรอ?" เอ๊ย! ไม่ใช่ เหมือนกับอยากบอก "คู่รักเก่า" ของตัวเองว่า "กูนี่แหละที่เสกให้ทีมของพวกเอ็งได้แชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 สมัย รวมทั้งในเวลานี้กูเป็นซาตานแดง"
รู้เรื่องว่าพี่มึงคงแค้นฝังหุ่นมากครับที่แพ้ทีมเก่าของตัวเอง 2 ครั้งติดต่อกัน – โดนไป 5 ดอกย้ำๆโดยเอาคืนไม่ได้เลย แถมถูกตราหน้าว่าเป็นไอ้คิดคดทรยศอีก
การเผชิญหน้ากับ เชลซี เป็นครั้งที่ 3 ในฤดูกาลก็เลยถือเป็นการศึกครั้งสำคัญที่สุดคราวหนึ่งในชีวิตของ โชเซ่ มูรินโญ่ เลยทีเดียว!
มันก็เลยนำมาซึ่งการก่อให้เกิด "สูตรพิเศษ" ที่กุนซือวัย 54 กะรัตผู้แค้นผู้นี้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อกำราบทีมเก่าของตัวเองโดยเฉพาะ
นั่นเป็นระบบการเล่นแบบ 2-2-4-2 ที่เป็นลูกผสมระหว่างสูตร 4-4-2 กับ 3-5-2
สูตรนี้มีผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค 2 ตัวอย่าง เอริก ไบยี่ กับ มาร์กอส โรโฮ ที่เป็นเสมือนเสาหิน 8 ศอกตอกเป็นหลัก – ขยับขึ้นไปเป็นผู้เล่นในตำแหน่งพิเศษอีก 2 คนอย่าง อันเดร์ เอร์เรร่า กับ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน คอยปฏิบัติหน้าที่ตามเกาะติด เอแด็น อาซาร์ กับ เปโดร 2 กองหน้าครึ่งปีกของ เชลซี ในแบบอย่าง "เอ็งไปไหน กูขอไปด้วยคนครับ"
สำหรับ 4 กึ่งกลาง มีมิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน มารูยาน เฟลไลนี่ กับ ปอล ป็อกบา ประชิดข้างด้วยแบ็คครึ่งปีกอย่าง อันโตนิโอ วาเลนเซีย กับ แอชลี่ย์ ยัง ส่วนกองหน้า 2 คนใช้ผู้เล่นที่มีความกระปรี้กระเปร่ารวมทั้งรวดเร็วอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เจสซี่ ลินการ์ด ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่บอกว่าเพราะอะไร ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ถึงเป็นเพียงตัวสำรอง
กลยุทธเป็นให้ อันเดร์ เอร์เรร่า กับ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน จับตายกองหน้าครึ่งปีกที่เป็นตัวทำเกมรุกของ เชลซี ในระบบ 3-4-3
นั่นพอๆกับว่าทั้ง เอแด็น อาซาร์ กับFun88เปโดร จะถูกเอาออกจากเกมไปโดยปริยาย ในเวลาที่หัวหอกผู้เดียวอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า จะต้องพบรุมกลุ้มรุมจากทั้ง เอริก ไบยี่ รวมทั้ง มาร์กอส โรโฮ
มิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน คอยทำลายจังหวะคู่ต่อสู้รวมทั้งเชื่อมเกม
วิง-แบ็ค ทั้ง 2 ข้างวิ่งขึ้นวิ่งลง ปฏิบัติหน้าที่ทั้งรุกรวมทั้งรับ
สำหรับกองหน้า 2 คน เว้นเสียแต่จะมีความเร็วกว่ากองหลังของ เชลซี แล้วยังมีความขยันพลางไล่บดบี้รวมทั้งซอกซอยยิกไม่หยุดยั้งตั้งแต่ในแดนของคู่ต่อสู้
เมื่อผู้เล่นซาตานแดงวิ่งมากกว่าพลางเล่นอย่างมีระเบียบวินัยบนความขะมักเขม้นรวมทั้งทุ่มเทเต็ม 80,000 ตีนถีบ ก่อนหาจังหวะจู่โจมอย่างฉาบฉวยให้น้อยจังหวะ
คำตอบที่ออกมา เว้นเสียแต่จะกะซวกชัยอย่างสวยสดงดงาม ด้วยสกอร์ 2-0 แล้วยังไม่อนุญาตให้ เชลซี ยิงตรงกรอบเลยสักหนึ่งครั้ง!

ความจริง "สูตรพิเศษ" แบบเฉพาะกิจสูตรนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาตั้งแต่เกมที่แล้วในศึก เอฟเอ คัพ ซึ่งเกมนั้น ฟิล โจนส์ ถูกวางไว้เป็นตัวพิเศษคอยลุกลามโซ่ เอแด็น อาซาร์ โดยเฉพาะ
รูปเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เป็นรองเจ้าถิ่นเลยด้วย จนถึงแผนดันมาแตกเสียก่อน ด้วยเหตุว่าความปัญญาอ่อนของผู้ตัดสินเฮงซวยอย่าง ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ที่ไล่ อันเดร์ เอร์เรร่า ออกมาจากสนามแบบไม่สมเหตุสมผล
มันก็น่าคิดเช่นเดียวกันครับว่าหากเกมนั้น "พี่น้อย" ไม่โดนไล่ออกเสียก่อน ผลจะออกมาอย่างไร
สุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ก็หยุดสถิติไม่ชนะ เชลซี อย่างช้านานเอาไว้ที่ 12 นัดหมาย (นับจากปี 2012) แต่ทว่ามันจะต้องแลกมาด้วยการสูญเสียพลังงานอย่างมากมาย ซึ่งเดือนเมษายนผ่านไปแค่กลางทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ซอกซอยยิกไปแล้วถึง 5 นัดหมาย
บางครั้งบางคราวมันอาจส่งผลเสียถึงเกมต่อไปก็ได้คนใดกันจะไปรู้ ??? แต่
โชเซ่ มูรินโญ่ สามารถชำระแค้นทีมเก่าที่เคยแทงตัวเองจากข้างหลังได้อย่างสม
แถมชัยของ "ยูดาส" ในนัดหมายนี้ยังทำให้ช่องว่างระหว่างการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกต่ำลงเหลือแค่ 4 แต้มอีกต่างหา
กับอีก 6 เกมที่เหลือในฤดูกาลนี้ เชลซี ยังถือไพ่เหนือกว่า สเปอร์ส ครับ ด้วยเหตุว่าพวกเขาพบโปรแกรมที่ค่อยกว่า
ก็แค่อย่าพลาดมาแล้วกัน

ศึกยากที่ปีศาจแดง

หลังการตกรอบยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยกมือสารภาพว่ามันคือความผิดพลาดของเขาที่ไม่สามารถทำให้นักเตะเล่นเกมรุกได้ในนัดแพ้โมนาโก ระหว่างที่ โชเซ มูรินโญ ยืนยันปัจจุบัน ''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมลุ้นแชมป์'' เกิดอะไรสังกัดสองทีมดังจากเมืองแมนเชสเตอร์
ดูเหมือนสถานะการณ์ปัจจุบันมันเป็นไปในแนวทางของการตั้งตัว ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าสองสามก้าว ทั้งสองผู้ฝึกสอนที่ได้รับการสารภาพว่าเก่งที่สุดในโลกในรอบ 10 ปีให้หลัง ถึงกับออกปากเช่นนั้นเอาการของ เป๊ป ก่อน
คครั้งหน้าจากโมนาโกพบว่า "เรือใบสีฟ้า" ยังไม่สามารถยกระดับตนเองให้ก้าวไปยังทีมที่ใหญ่กว่าพรีเมียร์ลีก แม้วัตถุประสงค์ของพวกเขาแจ่มแจ้งยิ่งนัก แม้กระทั่งพวกเขามี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ในช่วงเวลานี้โดนบ่นว่าว่าที่ได้แชมป์เพราะเหตุว่าทีมบาร์ซ่ากับบาเยิร์น มิวนิค มันดีอยู่แล้วมองจากจำนวน…หลังเกมโมนาโกพบว่ามันน่าหดหู่รวมทั้งท้อแท้ใจกับการทุ่มทุนสร้างของอาบูดาบี ยูไนเต็ด กลุ่ม
ครึ่งแรกเสีย 2 ประตู แถมไม่ได้ยิงสักครั้ง อย่าว่าแต้ยิงเลย แค่ทำเกมให้ขึ้นไปหน้าบ้านโมนาโกยังยาก ที่สำคัญกองหลังโชว์ความอ่อนหัดให้เห็น คลอดลูกสะเปะสะปะ ดินแดนกลางสู้คนพลังหนุ่มโมนาโกไม่ได้
เป๊ป ถูกตั้งข้อซักถามว่าสกอร์ที่ดีกว่า 2 ลูกคือสิ่งที่ต้องการหรือไม่ต้องไปใช้กลางรุก 5 คนโดยผลักภาระหน้าที่ให้ แฟร์นานดินโญ ผู้เดียวที่เป็นตัวตัดเกม ท้ายที่สุดมันเกิดขึ้นนั่นคือดินแดนกลางแพ้ราบคาบดินแดนกลางแพ้…กองหลังยิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นปัญหาใหญ่ของทีมในปีนี้
การเสียสองประตูครึ่งแรกทำให้งานยากเกิดขึ้นแต่ว่าพวกเขาสามารถยิงตีไข่แตกหรือลุ้นตีเสมอได้ แต่ว่าจากเกมครึ่งแรกไม่มีผู้ใดเห็นว่ามันเป็นเช่นนั้น ทุกคนเห็นว่ามีแต่ว่าจะโดนเพิ่มถ้าหากออกมาทรงนี้ ความแน่ใจมันก็สวนกัน…ซิตี้ จำต้องกลับมาพีคสุดๆมิเช่นนั้นโดนถล่มเละ
เกมมองดีขึ้นแต่ว่ากว่าจะได้ยิงก็ขว้างเข้าไปนาทีที่ 65 นั่นคือจังหวะแรกที่ ซูบาซิช ได้เซฟ ก่อนที่จะ ซาเน จะยิงประตูตีไข่แตก อันเป็นประตูสำคัญ 2-1 หากว่ากันตามจริงครึ่งแรกเกมดีขึ้นผิดหูผิดตา พร้อมยิงคืนได้ตลอด
แต่ว่าปัญหาก็คือกองหน้าดันไม่คมอีก…ใช้จังหวะเปลือง กว่าที่ ซาเน จะยิงตีไข่แตก รวมทั้งหลังจากนั้นเป็นต้นมาเป็นหน้าที่กองหลังที่ไม่ได้ช่วยคุ้มครองอะไรเลย โดน 3-1 ที่เป็นประตูสำคัญส่งโมนาโก เข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุดจากผลบวก 6-6 ที่ได้จากยิงนอกบ้าน 2 ประตู
ใจความสำคัญคือเกมรุกยังเพียงพอวางใจได้ว่าดี แต่ว่าเพียงพอเกมรับซึ่งยังไม่แก้ไขรวมทั้งพร้อมเสียประตู มันทำให้แมนฯซิตี้ ล้มเหลว รวมทั้งเมื่อมองภาพรวมๆรุกพอได้ ดินแดนกลางงั้นๆไม่แน่น ไม่ปึ้ก หลังพร้อมเสียเรือใบสีฟ้า ก็เลยเป็นทีมที่คล้ายกับลิเวอร์พูลคือ…."ขาดสมดุล" ในทีมไป
รับห่วยแตก รุกพอได้ อย่างนี้จังหวะประสบผลสำเร็จมีจำกัด ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่เราเห็นคือราวๆนี้ ลุ้นพื้นที่ชปล. แต่ว่าลุ้นแชมป์อาจยาก เพราะเหตุว่าความสมดุลของทีมไม่มี มันขาดสาระสำคัญในทีมไป เหมือนกับทีมที่รับดี…แต่ว่ารุกไม่สบโอกาสประสบผลสำเร็จลดลง
เป๊ป สารภาพหลังเกมแพ้โมนาโกว่าเขาไม่สามารถทำให้ผู้ร่วมทีมเล่นแบบดุดัน ก้าวร้าว รวมทั้งมีเกมรุกที่ดีเพียงพอในการชนะโมนาโก เขารับผิด ไม่โทษนักเตะ แต่ว่ามั่นใจว่าในใจคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่ถูกกาชื่อทิ้งในซัมเมอร์หน้านี้แน่ๆ
แผงหลังในเวลานั้นอยากได้ฟูลแบกใหม่เพื่อมาเติมไฟในการเล่น ไม่ใช่ชุดเดิมอย่าง ซาบาเลต้า, คิลชี, โคลารอคอยฟ หรือจนถึงเซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง ออตาเมนดี้ ก็ไม่ใช่เซนเตอร์มีเกรดอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียว แม้จะติดทีมชาติอาร์เจนติเตียนน่าก็ตาม

แผงหลังนี่ชูแผง …จอห์น สโตน เองก็จำต้องเล่นกับเซนเตอร์ที่มีระดับกว่าเขา ถ้าหากมุ่งหวังให้เขาคุมหลังผู้เดียวในช่วงเวลานี้ กระดูกบอลไม่ถึง ในยุโรปนี่ชัดเลย มีปัญหาในการเล่นเกมชั้นสูง ระหว่างที่ดินแดนกลางขาดตัวตัดเกมประสิทธิภาพไป
แนวรุกจัดว่าพอได้ ชุดนี้ ทั้ง กุน อเกรโร , ซาเน, ราฮีม ยังได้โอกาสปรับพฤติกรรมเองได้ ที่ดีเป็นส่วนตัวคือ เควิน เดอ บรอยน์ ระหว่างที่ ซิลบา ปีถัดไปจะยิ่งโรยหนักกว่านี้
ดูแล้วอิดโรย…มันคืองานใหญ่สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในกระบวนการทำทีมให้ยิ่งใหญ่ในแถวหน้าของวงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวไปคว้าแชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ยุคแรกให้แมนฯซิตี้ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์สูงสุดในการสร้างแบรนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้อดทน
จากเพื่อนบ้านเสียงดังมายังเพื่อนบ้านที่มองเงียบๆไม่ฮือฮาเหมือนตอนซัมเมอร์ ที่มีหวังมากไม่น้อยเลยทีเดียวหลังการแต่ง โชเซ มูรินโญ คุมทีม
ปัจจุบันแม้เข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุดบอลยูโรปา ลีก รวมทั้งเหลือถ้วยเดียวที่ได้ลุ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูรินโญ ให้สัมภาษณ์กับ แกรี ลินิเกอร์ โฆษกรายการ "พรีเมียร์ลีก โชว์" ทางช่องสถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซี มากมายใจความสำคัญที่สำคัญสุดเขาบอกว่า "เรายังไม่พร้อมสำหรับการเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"คมกริบสำหรับประโยคนี้ รวมทั้งมันไม่ต้องขยายความว่าอะไรแม้กระทั่งมากไม่น้อยเลยทีเดียว
"ผมคิดว่าเรายังไม่พร้อมสำหรับการครอบครองยุทธจักรบอลอังกฤษ เรายังไม่พร้อมที่จะมานะ, ชนะทุกเกม มันยังมีช่องว่างระหว่างความทะยานอยากตามธรรมชาติของทีมยักษ์ใหญ่ รวมทั้งสิ่งที่เราเป็นอยู่จริงๆตอนนี้"มันยากขึ้นกว่าเดิม มันไม่เหมือนกับ 10-20 ปีกลายอย่างสิ้นเชิง"
ผมว่าเขาสะท้อนอะไรได้แจ่มแจ้งในเรื่องนี้ เขากำลังติดต่อกับแฟนแมนฯยูฯ ที่เต็มไปด้วยความหวังชั้นสูงรวมทั้งจำต้องมานะประพฤติแบบจมให้ลง เพราะเหตุว่ามันจะเข้าเกณฑ์แปลงเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่รู้สึกแบบงั้นมาตลอด 26 ปี หลังจากได้แชมป์ลีกคราวสุดท้ายปี 1990อีกประโยคเด็ดหนึง่ที่สำคัญคือ "ผมมาทำงานกับสโมสรที่น่าเสียใจ"อันนี้ว่าคนใดนะ…ทดลองอ่านกันมอง เอาหลักๆคือเขาพูดว่า "ถ้าหากเป็นผมจะไม่ขาย อังเคล ดิ มาเรีย, ชิชาริโต้ รวมทั้ง ดินแดนนี เวลเบค"
มั่นใจว่าสามคนนี้อาจได้รับความรู้สึกเชิงขัดแย้งจากแฟนผีแน่ๆเพราะเหตุว่า ดิ มาเรีย มาในตอนที่ทีมตกลงไปจากเดิม ระหว่างที่ เวลเบค ก็ไม่ได้รับความชื่นชมยินดีมากไม่น้อยเลยทีเดียวนัก ส่วนชิชาริโต้ นั้นน่าจะเป็นขวัญใจอยู่แต่ว่าเชิงแทกติเตียนกแล้วการขาย เวลเบค รวมทั้ง ชิชาริโต้ ออกไปมันคือคุณขาดกองหน้าตัวจบสกอร์
ส่วน ดิ มาเรีย นั้นคือนักเตะที่ มูรินโญ พอใจ รวมทั้งเป็นนักเตะคนแรกที่เขาซื้อไปร่วมทีมเรอัล มาดริด รวมทั้ง ดิ มาเรีย ก็กลับเข้าสู่ฟอร์มทอปของเขาเหมือนเดิมกับทีม เปแอสเช มั่นใจว่าถ้าหาก มูรินโญ อยู่กับทีมเร็วกว่านี้เขาก็ซื้อมาร่วมทีมรวมทั้งใช้งานเป็นตัวเดินเกมให้แนวรุก
ส่วนนักเตะที่ มูรินโญ ไม่เอ่ยชื่อว่า ถ้าหากเป็นเขาจะไม่ซื้อมาร่วมทีม ซึ่งเราเองสามารถทายใจได้ไม่ยากเพราะเหตุว่าจากสิ่งที่เขาปฏิบัติในสนามชิงชัยรวมทั้งการจัดทีมลงเล่นทุกอาทิตย์เพียงพอจะนำชื่อมาเฉลยกันได้ไม่ยากมูรินโญ มีมารยาทรวมทั้งมืออาชีพมากพอที่จะไม่เอ่ยถึงรวมทั้งมันไม่สมควรพูดถึง แต่ว่าผมมั่นใจว่าไม่ใช่แฟนผีก็ทายใจได้ไม่ยาก
สิ่งที่ผมมั่นใจว่าแฟนผีรวมทั้งแฟนบอลทั่วๆไปจำต้องพอใจกับการให้สัมภาษณ์ในประโยคต่อมาพร้อมกับ ลินิเกอร์ ว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่มีความโหฬารมากมาย ไม่ควรต้องไปแชมเปี้ยนส์ ลีกเพื่อดึงดูดนักเตะมาร่วมทีม"
เขาพูดถึง…อิบราฮิโมวิช ควรอยู่กับ ปารีส, ป๊อกบา ควรอยู่กับยูเวนตุๆส รวมทั้ง มคิทาร์ยาน ควรอยู่กับดอร์ทมุนด์ต่อไปถ้าหากนักฟุตบอลนึกถึงเรื่องการเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก รวมทั้งเขาเองรู้สึกแฮปปี้มากมายๆถ้าหากนักเตะตกลงใจไม่ย้ายมาเพราะเหตุว่าทีมไม่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะดีใจมาก ที่ไม่ได้นักเตะอย่างนี้มาร่วมทีม
เอาง่ายๆว่า นักเตะต้องมีใจมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยุยงไนเต็ด ด้วยเงื่อนไขเดียวคือเพราะเหตุว่านี่คือแมนฯยูฯ ไม่ใช่ทีมที่จำต้องไปเล่นชปล. หรือได้โอกาสไปเล่น
จริงครับผม…การพูดอย่างนี้ไม่ใช่เอาอกเอาใจหรือแค่ให้เกียรติ แต่ว่ามันคือแนวทางการทำงานของ มูรินโญ รวมทั้งผมมั่นใจว่าผู้ฝึกสอนทุกคนจำต้องมีแนวทางอย่างนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็อาจไม่ได้อยากนักเตะที่มาเล่นกับทีมเพื่อ "เงิน" , เกียรติ หรืออะไรนักเตะจะมาเล่นกับทีมนี้เพื่อ "สโมสรแห่งนี้"
มันยังไม่สิ้นสมัยหรอก…เพราะเหตุว่าตอนท้ายแล้วทีมที่ใช้เงินทุ่มซื้อนักเตะก็จะใช้เงินซื้อนักเตะตลอดเวลา ไม่สามารถดึงนักเตะที่มีความรู้ความสามารถรวมทั้งมีจิตใจอยากประสบผลสำเร็จกับทีมมาร่วมทีมได้ ปัญหาของสองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ นั้นคนละแบบ
ระหว่างที่ เป๊ป บอกว่าไม่สามารถทำให้นักเตะเล่นเกมตามที่เขาอยากได้ได้ รวมทั้งทีมอาจควรมีการเปลี่ยนแปลงในซัมเมอร์ มันก็คล้ายกับ มูรินโญ เพียงแค่ มูรินโญ มีแนวทางการทำงานของเขาที่ยืนยันอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า
"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากได้นักเตะที่มีใจอยากมาเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด โดยมีเงื่อนไขเดียวเพราะเหตุว่านี่คือแมนเชสเตอร์ ยุยงไนเต็ด"       

11 นัดสุดท้าย

เสียงตะคอกแฟนบอลเชลซีดังสนั่นหวั่นไหวสนามโอลิมปิก ''พวกเรากำลังจะคว้าแชมป์ลีก''

แม้ อันโตนีโอ คอนเต้ ไม่เห็นด้วยและยังไม่หวั่นไหวกับสิ่งนี้ "ผมยังไม่คิดไกลขนาดนั้น ขอ 26 แต้มที่เหลือโน่นคือเป้าหมาย"

กล่าวแบบนี้คือพร้อมเป็นแชมป์นั่นแหละขอรับ

เชลซีเปิดศึกลอนดอน ดาร์บี้ อันเป็นเยี่ยมในเหตุผลที่ว่าเพราะเหตุใดกลุ่มจากลอนดอนมักมีปัญหาเรื่องการลุ้นแชมป์ลีก เนื่องจากว่าพวกเขามีกลุ่มตัดแต้มอย่างต่ำปีละ10 นัด

เพื่อนฝูงๆในลอนดอนมีมาตรฐานระดับดีทีเดียว พร้อมตัดแต้มได้ทุกครั้ง จะในหรือนอกบ้านเรียกว่ามันคืองานยากสำหรับการลุ้นแชมป์ของกลุ่มในลอนดอนสักทีมหนึ่ง นอกจากเจอศึกนอกเมืองแล้ว ในเมืองนี่แหละสำคัญไม่แพ้กัน

เชลซี คือกลุ่มที่ทำสถิติชนะในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ มากที่สุด 118 ครั้ง มากที่สุดในบรรดากลุ่มร่วมมหานครใหญ่ มากกว่าอาร์เซนอล 1 นัด และนี่บางทีอาจเป็นเหตุผลหลักสมัย โชเซ มูรินโญ เข้ามาทำงาน

จัดการเก็บคะแนนลอนดอน ดาร์บี้ ซะก่อน

เวสต์แฮม, อาร์เซนอล, สเปอร์ส, คริสตัล พาเลส คราวก่อนมีฟูแล่มแถมมาอีก ขณะนี้กลุ่มลอนดอนในลีกสูงสุดมี 5 กลุ่มแล้วก็เชลซีด้วย ฝั้งเหนือก็สเปอร์ส, อาร์เซนอล ฝั่งทิศตะวันออก เวสต์แฮม ตะวันออกเฉียงใต้ คริสตัล พาเลส

ส่วนวัตฟอร์ด ไม่ใช่ทีมจากลอนดอน….เป็นเมืองเล็กๆอยู่ติดลอนดอนภาคเหนือ ไม่ไกลจากเวมบลีย์ จะบอกว่าเป็นคล้ายรังสิต อาจจะนึกภาพออกนะครับ

ด้วยเหตุดังกล่าว 8 นัดใน 4 กลุ่มที่ต้องเจอคือ 24 แต้ม

เชลซี เก็บแต้มยากจากลอนดอน ดาร์บี้แล้วทั้งสิ้น 15 แต้มจากความมีชัย 5 แพ้ 2 คือแพ้อาร์เซนอล 0-3 แพ้สเปอร์ส 0-2 แต่แพ้สองกลุ่มนี้พวกเขาก็วนกลับมาชนะ พอๆกับมิได้ไม่เสีย ส่วนอีกสามนัดหมายชนะพาเลส, เวสต์แฮม ไปกลับ เหลือเกมในที่สุดในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ จะยากหรือง่ายขึ้นกับแต้มครั้ง Read more >

นัดหยุดโลก ลิเวอร์พูล vs สเปอร์ส

บิ๊กแมตช์อาจสุดสัปดาห์นี้…อาจไม่มีอะไรมากไปกว่าการฉกชิงสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์ส
ภายใต้แรงกดดันคนละแบบสองแบบ
แน่นอนครับผม…ในทางทฤษฏีพวกเราสามารถอ้างได้ว่าสองกลุ่มนี้ยังมีความหวังอยู่บ้างในการลุ้นแชมป์ แม้กระนั้นในทางปฏิบัติ ในทางความรู้สึก ในทางประสบการณ์ของแฟนบอลแล้วก็งานข่าว มั่นอกมั่นใจได้ว่า สเปอร์สกับ ลิเวอร์พูล ถูกตัดชื่อออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์เรียบร้อยแล้ว
แม้เหลืออีก 14 นัดและนัดปัจจุบันด้วย…แม้กระนั้นเชื่อเถอะว่า จนถึงแฟนหงส์เองยังสั่นหน้า แฟนไก่รู้สึกยอมแพ้กับทั้งช่องว่างที่ห่างแล้วก็ฟอร์มของเชลซี "จ่าฝูง" ที่ยังสม่ำเสมอ ไม่เพลี่ยงพล้ำอะไรกล้วยๆ
มีแม้กระนั้นสิงห์บลูจะมุ่งหน้าเข้าพบแชมป์ขึ้นทุกสัปดาห์
โอเคครับผม…มาว่ากันถึงเกมบิ๊กแมตช์ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่แก่งแย่งสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ถามคำถามว่าผู้ใดกันแน่หนักกว่ากันมันคนละแบบ
หงส์แดง บางทีอาจจะหนักในแง่ว่าก่อนลงในสนามพวกเขาได้โอกาสร่วงไปอยู่อันดับ 6 เพราะว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อันดับ 6 จี้มาเหลือ 1 คะแนน พวกเขาลงในสนามก่อนพบกับวัตฟอร์ด ถ้าหากว่าเก็บสามแต้มได้ ซึ่งมั่นใจว่าโอกาสเก็บสามแต้มนั้นมีแน่
"ปีศาจแดง" จะแซงขึ้นอันดับ 5 หรือดียิ่งกว่านั้นคืออันดับสี่หากอาร์เซนอลในช่วงหัวค่ำดันแพ้ฮัลล์ สิตี้ คาบ้าน
ถึงจุดนี้ฟุตบอลเป็นศาสตร์ที่พัฒนาต่อไปได้เท่ากัน สามารถแพ้ชนะกันได้ในเกมเลย ไม่มีใครเหนือชั้นกว่าด้อยกว่ามากนัก กลุ่มขนาดเล็กพร้อมสุ้ พร้อมฝ่าเพื่อชัยชนะ เพื่อสามคะแนนกับกลุ่มใหญ่ หากไม่เหนือกว่ามากนัก วางแทกติกมาแล้วใช้ได้ผล
พวกเขามีสิทธิ์ชนะในเกมเช่นกัน
จุดที่กลุ่มขนาดเล็กจะด้อยกว่ากลุ่มใหญ่มีเรื่องมีราวเดียวคือ "ความสม่ำเสมอ" อันมีต้นเหตุมาจากศักยภาพของกลุ่มแนวลึก ที่อาจรักษาฟอร์มที่ดีแบบนานๆมิได้ อันนี้คือความแตกต่าง แม้กระนั้นหากเทียบกันเฉพาะแมตช์ต่อแมตช์ แค่ 90 นาที
ราวกับเกมบอลถ้วย ราวกับเอฟเอ คัพ แพ้ไม่เข้ารอบ ชนะไปต่อ วางแทกติกแบบนี้กลุ่มเล็กชนะกลุ่มใหญ่ได้เช่นกัน
แบบอย่างมีให้เห็นแล้วทั้งกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ จนถึงลิเวอร์พูลที่โดนกลุ่มเล็กท้ายตารางสอยมาหลายทีมแล้ว
นี่คือฟุตบอลยุคโมเดิร์น ที่ศาสตร์ฟุตบอลปรับปรุงจนสามารถเอามาใช้เพื่อแพ้ชนะกันได้ในเกมเดียวกัน แม้กระนั้นหากจะบอกถึงเกมระยะยาวทั้งซีซั่น ตรงนี้แหละครับผมที่แยกระดับของกลุ่มได้ชัดแจ้ง แล้วก็พวกเราก็เห็นกัน…
ตอนนี้เมื่อกลุ่มใหญ่มาเจอกัน… หรือกลุ่มขนาดใหญ่ ที่มีเป้าใหญ่กว่ากลุ่มเล็กมาเจอกัน จะออกมาแบบไหนดี

เริ่มที่ ลิเวอร์พูล กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤติการณ์ครั้งสำคัญในยุคของ เจอร คลอปป์ ถึงขั้นโดนสื่อเอาตัวเลขที่เขาทำงานใน 54 เกมแรกไปล้อเลียนว่าไม่มีความแตกต่างจากยุค เบรนดัน รอดเจอร์ส คุมสักเท่าไหร่

อีกทั้ง…นับจากปี 2017 เริ่มเปิดศักราชมาพวกเขาราวกับเป็นปีชง…ยังแพ้ผู้ใดกันแน่ในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ในแอนฟิลด์ติดต่อกัน และผลงานที่เลวทรามที่สุดนับจากหมดยุคหมดสมัยของ รอดเจอร์ส ที่สำคัญเป้าหมายที่ฝันกันเอาไว้…

พังทลาย (ยกเว้นผม ที่ไม่เคยคิดตั้งแต่ตอนแรกว่าหงส์มีลุ้นแชมป์)

เอาดีๆนะ

เจอร คลอปป์กับกลุ่มบริหารเองวางเป้าไว้ที่ 4 ตั้งแต่ตอนแรก แม้กระนั้นเพียงพอ 13 ครั้งแรกหรือหนึ่งในสามของระยะทางพวกเขาทำแต้มนำจ่าฝูงแล้วก็ปฏิบัติตัวเป็นกลุ่มที่ได้โอกาสลุ้นแชมป์ มันก็เลยสร้างความปรารถนาให้กับแฟนหงส์แล้วก็สื่อมวลชนสายหงส์ที่เมอร์ซีย์ไซด์

go so big อะไรโดยประมาณนั้น

มาถึงจุดนี้….หากจะถามคำถามว่าลิเวอร์พูลเล่นน้อยกว่ามาตรฐานอะไรมั้ย ผมคิดว่ามันอาจไม่ใช่แล้วละครับ เพราะว่าความเป็นจริงๆคือมันมาตรฐานเดิมที่เคยมีนั่นแหละ แล้วก็วัตถุประสงค์เดิมคือลุ้นที่ 4 ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นหงส์คือเต็ง 6 ครับ

ว่ากันตามตรง…อย่างที่พวกเราทราบกัน แมนฯสิตี้, แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส แล้วก็ลิเวอร์พูล มันถูกคาดหมายแล้วก็จัดเอาไว้แบบนี้อยู่แล้ว

โอเค…กลับมาอยู่ที่เดิมในจุดนี้ แล้วก็การลุ้นยากลำบากราวกับที่้คาดคิดกันเอาไว้แต่เดิม แล้วก็ใน 14 นัดที่เหลือมันคือการพิสูจน์ว่าพวกเขาจะได้ที่สี้ไหม แล้วก็จะต้องชิงกันสุดชีวิตกับ 4 ขั้นแรกบวกกับแมนฯยูฯ ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

ถ้างั้น…เจอร คลอปป์ จะไขปัญหายังไงในเมื่อเกมรับเป็นปัญหาใหญ่ของกลุ่มไม่อาจถูกปรับแต่งหรือปกปิดด้วยเกมรุกอีกแล้ว เพราะว่าเมื่อเกมรุกลีบ ทำอะไรคู่ต่อสู้มิได้ เกมรับที่พร้อมเสียก็ทำให้กลุ่มแพ้โดยทันที

อีกหนึ่งปัญหาที่มากขึ้นเมื่อซีซั่นผ่านไปคือ "แทกติก" เกมรับของคู่ต่อสู้ในลีกกว่า 15 กลุ่มที่ไม่เปิดหน้าแลกเปลี่ยน แล้วก็เกมรุกหงส์แดงจนปัญญาเจาะ แถมไอเดียไม่มากมาย บอลหน้าเดียว แล้วยังมิได้เล่นเกมที่ถนัดคือเพรสสิง เพราะว่าไม่ทราบจะเพรสอะไร มีแม้กระนั้น พาส อย่างเดียว

No pressing just passing or knock ball around.They cant get through tight defensive tactical.Lack of idea to break that.

ผมเขียนเองมิได้ลอกฝรั่งมา…คือมิได้เพรสหรือรุมแย่งบอล ได้แม้กระนั้นผ่านบอล หรือเคาะบอลไปมาในสนาม หาทางผ่านเข้าไปมิได้ ขาดไอเดียในการทำลายแทกติกเกมรับ

อย่างที่เห็นคือเพียงพอหาทางเข้าเขตโทษมิได้ และไม่จบด้วยการยิง แล้วเพียงพอส่งบอลพลาดโดนตัดได้ สวนกลับเสียประตู เพราะว่าข้างหลังลอย หรือเสียลูกเซตพีส คุ้มครองปกป้องมิได้ ก็โดนลงอาญาโดยทันที นำมาซึ่งการทำให้กลุ่มแพ้ติดๆกันมานับจากปีใหม่

บอส เจเค ถูกเสนอคำถามแล้วก็มีบางคน แฟนหงส์บางคนครับ สะเหร่อ บอกไล่ออก แล้วก็ขอแปลงผู้ฝึกสอน

แฟนบอลยุคใหม่เหล่านี้มักทำให้แฟนหงส์จำนวนมากเสียเชื่อ…โหวกเหวก จะแปลงผู้ฝึกสอน โหวกเหวก ลุ้นแชมป์ ทุกปี

อะไรครับผม…พวกท่านเอ็ง

เกมนี้ไม่ต้องวิจารณ์อะไรมาก…แล้วก็พวกเราก็ยังไม่รู้ดีว่าบอสเจเค จะไขปัญหาเกมรับได้ดีแค่ไหน เพราะว่ามันยังแก้มิได้มาตั้งแต่ครั้งแรกที่ชนะอาร์เซนอล 4-3 จนถึงในขณะนี้ มีจุดแข็งคือสเปอร์ส ก็ไม่ใช่กลุ่มที่เน้นเกมรับ

นั่นอาจทำให้ เกเก้น เพรสสิง ทำงาน…แม้กระนั้นจะสำเร็จหรือไม่เพราะสภาพจิตใจเด็กหงส์ในขณะนี้หดหู่แล้วก็ขาดความเชื่อมั่นไปมากมาย

ขณะเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์จัดว่าเป็นกลุ่มในกลุ่มนำที่มีพื้นฐานเกมรับดี พลาดยากเสียยาก เกมรุกหวังผลได้ ขาดแค่เกมบางเกมที่พวกเขาเหมาะชนะกลับแพ้ ดันพลาดเสมอ แล้วก็ที่สำคัญสเปอร์ส เจอกับกลุ่มในกลุ่มเดียวกันนั้น…

มีอุปสรรคต่อการเอาชนะเช่นกัน

หากถามคำถามว่าบิ๊กแมตช์ระหว่างหงส์แดงกับไก่มุ่งหวังอะไร

บอกตามตรงไม่ใช่ออกตัว หงส์แดง ยังมีสิทธิ์แพ้คาบ้านได้อีก เพราะว่าเกมรับทั้งส่วนตัว หาม, เซนเตอร์ แล้วก็ส่วนระบบเกมรับ เมื่อรวมกับกองกลางมาพ่วงด้วย ยังไม่เนี้ยบเลย มันมันมี mistake เกิดขึ้นได้ตลอด

อ้อ…ผู้รักษาประตูด้วย

วันดีคืนดีไม่ทราบ มันจะรับบอลกล้วยๆหลุดมือหรือปลดปล่อยบอลลอดขาผ่านเส้นทางเข้าไปหรือเปล่า

จุดบอบบางมันมากมาย…

ถามคำถามว่ากี่เกมแล้วครับผมที่ กองหลังหงส์แดงอยู่ๆมันก็เสียประตูแบบไร้เหตุผล ของฟุตบอล หรือจากการบุกของคู่ต่อสู้แค่ 1 ครั้งก็เสียแล้ว โดยเฉพาะลูกโด่งนี่แหละ โดนประจำ แล้วก็เพียงพอเสียประตูเกมก็เสียไป

บวกกับเกมรุกที่เน้นบอลช่อง แม้กระนั้นไม่มีช่องให้เจาะ เพราะว่าแน่นหมด รถบัสสองคัน จะเจาะแบบไหน เพียงพอเจาะช่องมิได้ ผ่านบอลกันไปมาก็มิได้ยิง ไม่มีเกมรุกแบบอื่นๆอย่างเช่นครอสจากข้างๆ , เซตพีส, ยิงไกล

บอลครอสจากข้างๆยิ่งไม่ต้องหวังเลย…เพราะว่ากองหน้่าหงส์มิได้เก่งลูกโหม่ง นานคราวปีครั้ง จะโหม่งได้ประตู

นี่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังจากโดนจับทางได้ แล้วก็วิถีทางนี้ใช้ได้ผลแค่ 50% ความมากมายไม่มีมากนัก ขณะเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์ เองเป็นกลุ่มที่ก็มีปัญหาไม่ต่างอะไรกัน บางเกมเล่นดีครึ่งเดียว

บางเกมนึกจะหมดมุขก็ทื่อไปซะงั้น

ลักษณะคล้ายกันเพียงแค่…สเปอร์ส มีดียิ่งกว่าหงส์แดงในเรื่องเกมรับที่เหนียวแน่นกว่า รัดกุมกว่า พลาดยากกว่า ฐานรากนี้ทำให้สเปอร์ส จะพลาดยากและไม่ปลดปล่อยให้เกิดวิกฤติการณ์ราวกับหงส์แดง

แบบหลุดแล้วหลุดเลย…

สเปอร์สจะพลาดยากแล้วหากพลาดจะกลับมาชนะในเกมถัดไปโดยทันที ไม่มีพลาดสม่ำเสมอแบบหงส์แดง ณ เวลานี้

หากเทียบกันแล้วตอนนั้น จุดด้อยของหงส์แดงที่มาเพิ่มคือ "ขาดความเชื่อมั่น" ในกลุ่มซะแล้ว แล้วฟุตบอลที่เล่นด้วยความไม่มั่นใจ โอกาสบกพร่องมีสูง โอกาสแพ้มีมาก โอกาสชนะมีน้อยโดยทันที

ด้วยเหตุนั้น…บทวิพากษ์บิ๊กแมตช์เกมนี้ ขอให้ติดตาม

1 การจัดการปัญหาเกมรับว่า บอสเจเค จะทำอย่างไรบ้าง แล้วก็เกมรุกจะมีไอเดียมากมายแค่ไหน มีอะไรมาเพิ่ม และวิธีการเล่น…เล่นด้วยความศรัทธาว่าทำเป็นหรือเล่นด้วยความไม่มั่นใจ มึนงงๆเงอะงะๆกันไป

2 สเปอร์ส เองเจอกลุ่มในกลุ่มทอป 6 จะต้องสอบผ่านให้ได้เพื่อพื้นที่ชปล.

ส่วนรายละเอียดการปรับปรุงอะไรนั้น ผมว่ารอดูข้างหลังเกมจบมาว่ากันเป็นฉากๆมีอะไรบ้าง

ฟันธงมั้ย…

ชนะ, เสมอ แล้วก็ แพ้ได้ เท่ากันทั้งหงส์แล้วก็ไก่ ครับผม ไม่ใช่กำปั้นทุบดิน เพราะว่าคู่นี้เท่ากันหมดทุกสิ่งทุกอย่างในเกมฟุตบอล ณ เวลานี้

ลุ้นกันไปกับสเปอร์

ทอตแน่มฮอตสเปอร์ ฟอร์มร้อนแรงในปี 2017 จริงๆ
ชัยชนะต่อวัตฟอร์ด ปัจจุบัน 4-0 ตอนค่ำวันเสาร์ทำให้ช่องว่างต่ำลงเหลือ4 ปล่อยให้เชลซีกดดันบางส่วนกลางดึก เมื่อจะต้องเยี่ยมบอร์นมัธ
ชัยชนะปัจจุบันเป็นแต้มที่ 32 จากชัยชนะ 10 เสมอ 2 แพ้ 1 นับตั้งแต่ม.ค.เป็นต้นมารวมทั้งตารางชั้นของพวกเขาเป็นจ่าฝูงในช่วงนี้…ว่ากันอย่างนั้นได้ปริศนาเป็นว่า…แล้วมันจะทันมั้ยครับผมเนี่ย
ในความรู้สึกแฟนไก่ยังคงมีหวังอยู่…แต่ว่าในสนามบอลเมื่อมองไปยังเชลซี ที่นานๆสะดุดสักหนึ่งครั้ง พวกเขาเกือบจะไม่พลาดในการเก็บชัยชนะ ที่สำคัญอย่าว่าแต่ว่าแพ้เลยครับผมหลุดไปเสมอนั้นยังนานๆครั้งด้วยซ้ำผลงานของพวกเขาส่วนใหญ่เป็นชนะ เกมปัจจุบันก็เหมือนกันนี่เป็นเกมลำดับที่สามภายหลังจากแพ้คริสตัล พาเลส ค้างบ้าน พวกเขากลับมาชนะรวดสองนัดทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ว่าจุดหนึ่งที่เชลซีเพียงพอมีปัญหาให้เรามองเห็นเป็นระยะหลังเสียประตูบ่อยครับ
อันนี้จะต้องมองว่า 7 นัดในที่สุด อันโตนีโอ คอนเต้ จะปรับทีมอย่างไรเพื่อให้ลดการเสียประตู และลดความกดดันของทีมลงเชลซี ยังถือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในมือรวมทั้งเป็น title to loseทั้งหมดทุกอย่างอยู่ในการควบคุมเกมของพวกเขาทั้งนั้น ด้วยเหตุนั้นทอตแน่มฮอตสเปอร์ มีหน้าที่ชนะไปเรื่อยๆเพื่อรอดูสถานะการณ์
สิ่งหนึ่งที่แฟนไก่ปลื้มปิติเป็นผลงานของทีมที่เกิดขึ้นตอนที่ทีมชุดแรกมีปัญหาทั้งเจ็บรวมทั้งฟอร์มหลุดไปบ้าง ตั้งแต่แนวรับจนกระทั่งกองหน้า มันดีเลิศ
คู่ฟูลแบกเกมปัจจุบันเป็น เบน เดวิส กับ คีแรน ทริปเพียร์ คู่กลางเป็น เอริก ดายเอ้อร์ กับ เดมเบเล ศูนย์หน้าใช้ วินเซนต์ แยนเซน แทน แฮร์รี เคน ที่พึ่งพิงหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นผู้เล่นสำรอง รวมทั้งตอนที่เดี้ยงนั้น สเปอร์ส เก็บแต้มตลอด
เฉพาะในไวท์ฮาร์ทเลนนี่ปัจจุบัน 11 ครั้งติดกันแล้วที่ชนะ เคยทำได้เยี่ยมที่สุด 14 นัดเมื่อปี 1987 ในยุคของ เดวิด พลีธ เป็นผู้จัดการทีม แฟนไก่รุ่น "แมวเพชร" จะต้องนึกออกเป็นอย่างดี เนื่องจากสเปอร์สเป็นทีมที่มีทั้งผู้จัดการ รวมทั้งนักฟุตบอลตัวทอปของแวดวงมาเล่นด้วย
เรย์ เคลเม้นส์ เฝ้าเสา แกรี แมบบัตต์ คุมหลัง กับ แกรี สตีเว่นส์ กองกลางก็ เกลน ฮอดเดิ้ล ปีกอย่าง คริส วอดเดิ้ล ดาวยิง ไคล์ฟ อัลเลน ที่ถือว่าเป็นหนึ่งในดาวซัลโวระดับทอปของลีกข้างเคียงกับ เบื่อ รัช, แกรี ลินิเกอร์ ชุดนั้นมีกองหน้าทีมชาติเบลเยียมด้วยนะ…สเปอร์ส ไม่ขาดนักฟุตบอลประเทศเบลเยี่ยมในทีมคนไหนนึกออกบ้าง…..
ลองคิดดูว่าตัวทอป ตัวพ่อของแวดวงฟุตบอลมารวมตัวกันในทีมสเปอร์ส เพียงขาดเพียงแค่แชมป์ลีกเท่านั้น เนื่องจากไปไม่ถึงจริงๆ
ในลอนดอนก็เลยตกใต้ร่มเงาของอาร์เซนอลรวมทั้งเชลซี ณ ตอนนี้….มันสมน่าจะถึงเวลาของพวกเขาแล้ว ผมเองก็แอบเอาใจช่วยอย่างเงียบๆว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาทองของสเปอร์ส ซะหน
ในยุคของ เมาริสิโอ โปเชตว่ากล่าวโนแฟนสเปอร์ส เพียงพอจะมีความต้องการถึงแชมป์ได้ครับผม มันไม่ใช่เรื่องไกลเหลือเกิน ปีที่แล้ว พวกเขาก็พลาดตกม้าตายช่วงท้ายซีซั่นปล้อยให้เลสเตอร์ สิตี้ ได้แชมป์มหัศจรรย์ ของลีกไปครอบครองเหมือนกันครับผม…การพัฒนาทีมไก่กระทงของ เพียงพอช มันมีความเจริญ
นักฟุตบอลชุดนี้เล่นเข้าขากันเจริญ ขาดเพียงแค่บางนัด บางเกม ที่จะต้องชนะ ไม่ว่าจะเจอกับทีมใหญ่หรือทีมเล็ก มันมีเพียงแค่บางนัดที่พวกเขาหลุด กระทั่งทำให้การไล่ล่าแชมปฺ์เมื่อปีที่แล้ว รวมทั้งปีนี้ ขาดช่วงไปจริงๆถึงจุดนี้กลับมาห่าง 7 แต้ม แต่ว่าไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเลิกล้มความฝัน เมื่อมันยังไม่สิ้นเสียงนกหวีดนัดที่ 38 ยังได้ลุ้นกันต่อ

เกมนัดปัจจุบัน โปเชตว่ากล่าวโน จัดทีมตามแทกว่ากล่าวก รวมทั้ง "แนวคิด" ของเขาแจ่มชัดเมื่อวิเคราะห์ฟอร์มคู่ปรปักษ์อย่างวัตฟอร์ด ที่มาเน้นย้ำรับแน่นอนๆไม่เสียประตูมาสองเกมติดต่อกัน ทางด้าน วอลเตอร์ มาสซารี อาจจะไม่มีแผนอื่นใด มาไวท์ ฮาร์ท เลน
ด้วยเหตุนั้น วินเซนต์ แยนเซน ก็เลยจะต้องรับบทบาทกองหน้าตัวเป้า ค้ำกับกองกลางวัตฟอร์ด ที่อาจจะยืนออกันหน้าจุดโทษ แน่นไปหมด แล้วตัวรุกสามคนที่สนับสนุน แยนเซนหมายถึงคริสเตียน เอริคเซน, เดลเล อัลลี รวมทั้ง ซอน เฮือง ไม่น จะคอยช่วยทำเกมแดนในที่สุด
แยนเซน บางทีอาจจะถูกค่อนขอดว่า…กองหน้าไร้สกอร์ เนื่องจากพึ่งยิงได้ประตูเดียวจากจุดลูกโทษด้วยซ้ำ แม้เขาเป็นดาวซัลโวมาจากพรีเมียร์ลีกของเนเธอร์แลนด์ แต่ว่าอาจจะไม่ช่วยอะไรถ้าเกิดไม่อาจจะปรับพฤติกรรมเข้าระบบของสเปอร์สได้น่าเห็นใจ…เมื่อเขามาร่วมทีมเดียวกันกับ แฮร์รี เคน ที่ร้อนแรงอยู่แล้ว
เกมนี้ แยนเซน ปฏิบัติภารกิจค้ำ อาจเป็นตัวหลอก ให้ 3 ตัวรุกไก่โจมตี หรือเป็นตัวเป้าเข้าทำ ถ้ามองจากเกมที่เกิดขึ้น เนื่องจากเขาสามารถเก็บบอล บังบอล เล่นกับ เอริคเซน ได้ มีจังหวะกลับบอลเข้าไปยิงระยะ 7-8 หลานั่นเจ้ากรรมบอลไปติดเท้า โกเมส ซะอีกก่อนสเปอร์สได้ประตู แยนเซน มีโอกาส 3 ครั้งที่คงจะมีรายชื่อเป็นผู้ทำแต้ม แต่ว่าเขาก็พลาดไปหมด …เป็นไม่มีข้ออ้าง ศูนย์หน้า จะต้องยิงประตู จะสร้างช่องทาง หาช่องทาง อะไรก็แล้วแต่ หรือสามารถติดต่อประสานงานกันเพื่อนพ้องๆเจริญ
นี่คือปัญหาของ แยนเซน แต่ว่าสำหรับเกมนี้เขาเป็นแผนของ โปเชตว่ากล่าวโน รวมทั้งเขาได้ช่องนั้น เขาจะต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ แต่ว่าเขาก็ทิ้งมันไปอีก
แยนเซน บางทีอาจจะทิ้งช่องทางทองไป…แต่ว่าแนวคิดของ เพียงพอช เวิร์ค ในมุมลำดับที่สามตัวรุกข้างหลัง แยนเซน ปฏิบัติภารกิจได้ออกจะดี สลับหมุนเวียนกันวิ่งไปมาหน้าจุดโทษวัตฟอร์ต กระทั่งสบโอกาสยิงประตู โดยเฉพาะลูกยิงของ เดลเล อัลลีสวยสดงดงามอย่างมาก
รับบอลจาก ซอน เฮือง ไม่น หน้าจุดโทษ แล้วปั่นโค้งทิ่มสามเหลี่ยมบน มันทำให้วัตฟอร์ด เองเล่นยากขึ้นรวมทั้งสเปอร์สเล่นง่ายขึ้น ก่อนจะโดนลูกสองจากนอกเขตอีก เอริก ดายเอ้อร์ รวมทั้งปิดด้วย ซอน เฮือง ไม่น นอกจุดโทษอีก
แผนของ เพียงพอช มันเวิร์ค เมื่อใช้ แยนเซน ค้ำใน กองหลังยืนติดเส้น 18 หลา แดนกลาง ถอนลงมาคุมโซน จ้อง คอยดัก ไม่มาร์คกิ้ง หรือเข้าบอล ทำให้ สามพลังรุกไก่ ได้ช่องเล่นกับบอลเยอะมาก
ไม่ต้องเซตเข้าในแล้ว เนื่องจาก แยนเซน ยืนค้ำสะกดกองหลังไม่ให้ เดินขึ้น ด้วยเหตุนั้นประตูจากนอกจุดโทษทั้งสามลูกในครึ่งแรกยืนยันแผนการณ์ของ โปเชตว่ากล่าวโน หมดแล้ว ลูก 4 รวมทั้งการลงสู่สนามของ แฮร์รี เคน เป็นของฟรีว่าประสิทธิภาพของสเปอร์ส ในตอนนั้น โอเคเลย คล้ายกับเชลซี
ตัวเจ็บ มีผู้แทน เปลี่ยนแผน ยืดหยุ่นได้ สลับนักฟุตบอลบางตำแหน่งโดยไม่เสียหายหรือก่อให้เกิดผลเสียต่อเกมการเล่น น่าเสียดายเพียงแค่ว่า…พวกเขาชอบหลุดในช่วงเข้าได้เข้าเข็ม แบบว่าจี้ติดๆมาแล้วสะดุดซะงั้น
ถ้ามองจากผลงานตั้งแต่ตอนแรกของซีซั่น 6-7 นัดแรกยังตามจ่าฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต้มเดียว แต่ว่าผ่านถึงนัดที่ 12 เชลซี ขึ้นครอบครองจ่าฝูง พวกเขาอยู่ที่ 4 รวมทั้งมีแต้มตามเชลซี 4 แต้ม โน่นเป็นใกล้เชลซีที่สุดจนกระทั่งตอนค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ 4 แต้มแต่ว่าภายหลังจากเชลซีบุกเฉือนบอร์นมัธ นุ่มๆความห่างกลับไปที่ 7 แต้มเหมือนเดิม

ถ้าจะมีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นกับเชลซี ไม่ต้องแพ้ 3 ใน 7 หรอกครับผม ผมว่าลุ้นอย่างนั้นยากเกินรวมทั้งมหัศจรรย์เหลือเกินถ้าเกิดเชลซีจะแพ้คนไหน 3 นัดใน 7 นัดในที่สุด เอาเพียงแค่เสมอสักสามนัด ผมว่ายังง่ายดายกว่ารวมทั้งมีทางเป็นได้
ผลเสมอสามนัดอาจสั่นคลอนต่อตำแหน่งจ่าฝูงแน่ๆ เนื่องจากมันจะหายไป 6 แต้ม แต่ว่าช่วงดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว ไม่เคยรู้แหละตอนไหน สเปอร์สจะต้องชนะรวด แต้่มห่าง 1 เมื่อไหร่ ก่อนปิดซีซั่นสักสองสามนัดผมว่า…แฟนไก่ จะได้ลุ้นมากกว่านี้
ไม่ต้องลุ้นให้เชลซีแพ้ ลุ้นให้แต้มเชลซีหายไปนัดละ 2 จากผลเสมอ ผมว่าง่ายดายกว่า รวมทั้งช่องทางจะเปิดกว้างกว่านี้ แต่ว่าเมื่อห่างกัน 7 แม้มองยากแต่ว่ายังคงมีหวังอยู่ครับ ไม่ได้ไกลซะทีเดียว ขั้นต่ำพรีเมียร์ลีกมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่บ้างสเปอร์ส ก็ปฏิบัติภารกิจของตนเป็นชนะในเกมต่อไป อย่างน้อยที่สุดในยุคของ เมาริสิโอ โปเชตว่ากล่าวโน แฟนไก่เดินยืดได้แถวเซเวนส์ สิสเตอร์ได้มากกว่าแฟนปืนแชมป์ไหมอีกเรื่องหนึ่ง…แต่ว่าณ จุดนี้มันเป็นความเจริญครับผม
สเปอร์ส ซื้อนักฟุตบอลเสริมทีมจริงแต่ว่าไม่ทุ่มทุนบ้าระห่ำราวกับทีมใหญ่ พวกเขาได้ส่วนผสมที่พอดี ผู้ฝึกสอนก็คนหนุ่มไฟแรงที่รอเวลาเพิ่มการบรรลุเป้าหมายให้เป็นรูปธรรม จากวิถีทางที่เดินมาถูกต้องแล้ว
ตอนต้นซีซั่นไปเสียรังวัดเสมอง่าย และไม่เก็บชัยชนะตลอด ทำให้การลุ้นแชมป์ก็เลยขาดๆเกินๆมาถึง 7 นัดในที่สุด ก็จะต้องลุ้นต่อไปครับผม

เชลซีทางไม่เรียบ

ความพ่ายแพ้ของเชลซีต่อ คริสตัล พาเลส เกิดเรื่องเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ว่ามันน่าจะเป็นแค่เกมเดียวที่เรียกว่า one off แพ้แล้วแพ้ไป…กลับมาชนะได้โดยทันที สถานะการณ์ตอนนี้คือนำสเปอร์ส 7 แต้มแข่งเท่ากันเป็นทีมสเปอร์สที่คือผู้ท้าแข่งตัวจริงมากยิ่งกว่าทุกครั้งม จังหวะไม่เป็นใจที่โปรแกรมมาแข่งพร้อมกันคืนวันพุธ …คือหากสเปอร์สเตะก่อนแล้วชนะ แต้มเหลือ 4 น่าจะทำให้เกมคู่เชลซีต้อนรับการมาเยือนของแมนฯซิตี้ เข้มข้นยิ่งนัก
แต่ว่าเมื่อโปรแกรมออกมาแบบนี้แล้วนำ 7 แล้วเตะวันเดียวกันก็ลุ้นกันไปสองสนาม ที่สำคัญเกมนี้หลายทีมร่วมลุ้นกับเชลซีด้วยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล และแมนฯยูไนเต็ด คือเชียร์ให้เชลซีปิดบัญชี เรือใบสีฟ้าไปเลย
ว่ากันถึงสถานะการณ์ของเชลซีก่อนลงในสนามนัดนี้ก็มีแรงกดดัน ความเครียดกันบ้าง ภายหลังจากปราชัยคริสตัล พาเลส คาบ้าน มันราวกับมีอะไรมากระตุกต่อมสู้ของเชลซี ไม่ให้ลดน้อยลงไป นี่คือดีที่แต้มนำ 10 ทำให้ความพ่ายแพ้ในลักษณะแบบนี้ มันเป็นเชิงบวกมากยิ่งกว่าลบ
แพ้นัดเดียว..อย่างที่บอก เกมนี้บางทีอาจพบทีมใหญ่อย่างแมนฯซิตี้ แต่ว่าเอาเข้าจริงๆจุดบอดของซิตี้ มากมายเลย และเชลซี ก็ไม่จะต้องเล่นเพื่อชนะ เล่นรัดกุม รอตีหัวเข้าบ้าน เพื่อสามคะแนน ง่ายดายยิ่งกว่า
ถ้าเกิดย้อนไปมองผลงานในเกมที่แพ้พาเลส อาจจะโทษผู้ใดกันมิได้นอกเหนือจากเกมรับของตนเองที่ เสียสมาธิและคลอดลูกประมาท วิลฟรีด ซาฮา กับ เบนเตเก้ มากเกินไป
ทั้งเกมเชลซีมีโอกาสซัดประตูตั้ง 24 ครั้งเข้ากรอบ 11 แต่ว่าได้มา 1 ส่วนพาเลส ยิงไป 8 เข้ากรอบ 3 เป็นสองประตู เกมแบบนี้มันมีเกิดขึ้นแน่นอนปัญหาที่ อันโตนีโอ คอนเต้ จำต้องปรับก่อนจัดการกับเกมรุกสุดอันตรายจากแมนฯซิตี้คือ…อย่าพลาดท่าเสียประตูก่อนสักครู่จะบีบคั้นตนเองเปล่าๆเกมที่พบกับพาเลส มันคือแรงกดดันอย่างหนึ่งที่ดันไปเสียประตู 2-1 แบบไม่รู้เรื่องเนื้อรู้ตัว
ด้วยเหตุผลดังกล่าวเกมนี้ คอนเต้ จะต้องปรับจูนเกมรับใหม่เพื่อรัดกุม ไม่พลาดและไม่เสีย เพราะเหตุว่าจะว่าไปเกมรับเชลซีอย่างไรก็ยังมองเหนียวกว่าแมนฯซิตี้ มากมายก่ายกอง ด้วยเหตุผลดังกล่าวเกมนี้ คอนเต้ คงจะกลับไปยึดสูตรการเล่นแบบเดิมคือใช้กึ่งกลางรับสองคน กองเต้ จะยืนคู่กับ มาว่ากล่าวชหรือ ฟาเบรกาส ซึ่งนัดที่แพ้พาเลส ส่งพร้อมกันสามคนเลย เชสก์ดันขึ้นไปสูงหน่อย…
นัดนี้บางทีอาจจะต้องส่ง วิลเลียน ลงมาเล่นเกมนี้พร้อมกันกับ เปโดร และ เอดินแดน อาซาร์ โดย คอสต้า ค้ำหน้า แนวรับชุดเดิม แค่ปรับพฤติกรรมผู้เล่นในดินแดนกึ่งกลางแค่นั้น ผมทายใจจิตใจ คอนเต้ ว่าคงจะเลือก ฟาเบรกาส เล่นกับ กองเต้ เพราะเหตุว่า ฟาเบรกาส เปิดบอลยาวแม่นกว่า มาว่ากล่าวช

การเล่นจังหวะสวนกลับแบบนี้ ฟาเบรกาส มีสาระ เพราะเหตุว่าอย่างไร แมนฯซิตี้ ไม้่มีทางเลือกและทีมเป๊ป อาจจะจำต้องเล่นเกมรุกเข้าพบ หรือไม่ก็ถอยคุมโซน หากถอยก็เข้าทางเชลซี ที่จะเล่นเกมไปตามจังหวะ กระทั่งบุกเข้าพบยิ่งเข้าทางโต้กลับเชลซีเพิ่มมากขึ้น
ไม่ว่าเป๊ป จะเลือกผู้ใดกันลงในสนาม ออตาเมนดี, สโตน, คลิชี, ซาบาเลต้า ท่ีคงจะวิ่งลงในสนามแทน นาบาส ที่นัดก่อนเป็นหามขวา เกมนี้ดินแดนกึ่งกลางบางทีอาจจะต้องใช้ ยายา ตูเร ลงเล่นกับ แฟร์นานดินโญ ตอนนี้หวยในเกมรุกจะไปออกที่ผู้ใดกันจำต้องนั่งมอง
ดาบิด ซิลบา, ราฮีม สเตอริง ที่นัดก่อนเบาๆไป เลอรอย ซาเน ทอปฟอร์ม และ เควิน เดอ บรอยน์ คือหัวใจเกมรุกของทีม กุน อเกรโร หน้าเป้าอย่างเดิม หากให้ทายใจจิตใจ เป๊ป คงจะพัก ซิลบา เพราะเหตุว่าตำแหน่งอาจจะทับกับ เดอ บรอยน์ เพราะเกมนี้จำต้องส่ง ยายา ตูเร ลงมาช่วยเกมดินแดนกึ่งกลางนั้นเองนะครับ
จัดแบบไหน…แนวความคิดของ เป๊ป อาจจะเฝ้าบ้านมิได้ละครับ จำต้องออกมาเดินเกมรุกใส่เชลซี เพราะเหตุว่าพวกเขาต้องการชัยมากยิ่งกว่า ต้องการยิงประตู หากมัวแต่คุมโซน รักษาเชป เอาไว้ในดินแดน ดูท่าว่าไม่น่ารอ
เป๊ป คงจะเน้นเกมพาสซิง เข้าพบบุกเข้าใส่ วัดกับเชลซี ด้วยเหตุผลดังกล่าวจุดนี้ก็เลยเป็นการแย่งชิงพื้นที่ดินแดนกึ่งกลางว่าผู้ใดกันจะคุมเกมได้มากยิ่งกว่า
กองเต้ คู่ ฟาเบรกาส ปะทะ กึ่งกลางรุกของซิตี้ คือ เดอ บรอยน์ และจะมี ยายา ตูเร ดันขึ้นมา ส่วนแฟร์นานดินโย จะต้องพบกับ อาซาร์ ให้ปวดศีรษะเล่น งานนี้สู้กันเผ็ดร้อนรุนแรง และเกมมีลักษณะท่าทางจะออกมาถึงใจถึงอารมณ์อย่างไม่ต้องสงสัยหากเล่นเกมออกมาแนวนี้…เชลซี คงจะชิงเหลี่ยมของเกมไว้ได้ดีกว่า
ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ว่า แมนฯซิตี้ ไม่สามารถเจาะแนวรับเชลซีได้ แต่ว่าสิ่งที่น่าวิตกคือ สโตน กับ ออตาเมนดี ไม่น่าจะจัดการกับ คอสต้า และ อาซาร์ ได้อยู่ โน่นรวมทั้ง เปโดร กับ วิลเลียน ที่หวือหวา รวดเร็ว จุดวินิจฉัยแพ้ชนะเกมนี้คงจะอยู่ที่เกมรับสองฝั่งมากยิ่งกว่าเกมรุก
คล้ายกับที่ลิเวอร์พูลเสมอแมนฯซิตี้ ซึ่งเกมรับพลาดทั้งคู่ฝั่ง แต่ว่าเกมรุกไม่เด็ดขาดเอง ปิดบัญชีกันมิได้ แต่ว่าเกมนี้มีความต่างตรงที่ เกมรับเชลซี รัดกุมกว่าเด็กหงส์ และรัดกุมกว่า เรือใบ ที่ตรงนี้คืองานยากของ เป๊ป เมื่อดูมายังเกมรับของตนเองที่พึ่งพิงเสียให้ปืนไปสองลูก
รับรองว่า…นัดนี้มีเสียประตูให้เชลซีแน่นอนนะครับ แล้วหากเสียก่อน ผมมั่นใจว่าเที่ยวนี้จะไม่พลาดเมหือนนัดปัจจุบันอีกแล้ว โน่นคือการเสียสถิติที่นำก่อนแล้วแพ้ในเกมเป็นครั้งแรก แต่ว่าครั้งนี้หากเชลซี นำก่อน
จุดที่น่าดึงดูดคือ เป๊ป จะทำให้เกมรับของพวกเขาหรือการจัดระบบเกมรับ รัดกุมมากที่สุดได้เช่นไร คอสต้า, อาซาร์, วิลเลียน, เปโดร แถมด้วย ฟาเบรกาส ขึ้นเพิ่มเติมเมื่อรุก มองผลงานในลีกแล้วจำต้องเห็นด้วยว่าเกมรับของทุกครั้งมโดนกันหมดถ้วนหน้า ด้วยเหตุผลดังกล่าว เป๊ป จำต้องติวเข้มการเล่นเกมรับเพื่อจัดการกับมหันตภัยในเกมรุกของเชลซีที่เอ่ยนามมาทั้งสิ้น

แล้วมุมอื่นมีอะไรอีกมั้ย ผมคิดว่าอาจจะไม่มีชะตากรรม หรือการวินิจฉัยผิดพลาดอะไรมาส่งผลต่อเกมนี้ มันสู้กันด้วยแทกว่ากล่าวกของโค้ชสองฝั่ง และผมคิดว่า คอนเต้ จำต้องจี๋จุดบอดแมนฯซิตี้ คือทำยังไงก็ได้ให้มีพื้นที่ มีช่องว่าง และตอกย้ำความหละหลวมที่เกิดขึ้นตลอดทั้งซีซั่น 32 ลูกที่เสียไปเฉลี่ยโดนนัดละหนึ่งลูกแน่นอนแล้วเป็นทีมในกลุ่มทอปที่เสียประตูมากมาย…แค่เสียน้อยกว่าเด็กหงส์เท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่เหมาะกับการประสบความสำเร็จอะไรเลย เมื่อเกมรับยังไม่ถ้วนถี่ขนาดนี้ กระทั่งพื่้นที่ ชปล. อาจจะวืดได้

 

เอเด็น อาซาร์ยอมฝีเท้าอยู่คนละระดับกับเมสซี

แดนหน้าสิงห์ยืนยันยังไม่ได้เก่งกาจในระดับเดียวกับลิโอเนล เมสซีเหมือนอย่างที่มีหลายคนบอก

เอเด็น อาซาร์ ปีกจอมเลื้อยของสิงห์ ย้ำชัด เขายังไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับ ลิโอเนล เมสซี ดาวยิงอัจฉริยะของบาร์เซโลนา

กองกลางทีมชาติเบลเยียมกลับมาคืนฟอร์มเก่งอีกครั้งในฤดูกาลนี้ จนหลายคนนำเขาไปเปรียบเทียบกับกัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา อย่างไรก็ดีสำนัก W88เจ้าตัวยืนยันว่าฝีเท้าของเขายังไม่ได้เก่งกาจถึงขั้นนั้น

"สำหรับผมแล้ว เทพตัวจริงคือซีดานและโรนัลดินโญ ริเกลเมเองก็เช่นกันกับวิธีเคลื่อนที่และการผ่านบอลของเขา" อาซาร์ กล่าวผ่าน France Footbal

"จากนั้นยังมีลิโอเนล เมสซี ฝีเท้าเค้ากับลูกบอลมันพิเศษ ผมไม่เห็นว่าตัวเองอยู่ในระดับนั้นนะ มันขึ้นอยู่กับคนอื่นที่พูดแบบนั้น ผมกล้าบอกว่าตัวเองเป็นศิลปินเหมือนกับเขา"

บาร์เซโลน่าเคลื่อนยานดูด เบเญริน จากปืน

 

บาร์ซ่า สโมสรยักษ์ใหญ่แดนกระทิงเตรียมเดินหน้าทาบทาม เฮคเตอร์ เบเญริน ฟูลแบ็คความเร็วแสงของ เดอะกันเนอร์ มารวมทีม

 

ฟูลแบ็ควัย 21 ปีพึ่งต่อสัญญากับทีมออกไป 6 ปีครึ่งเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

 

แต่ด้วยข่าว อาร์แซน เวนเกอร์ ที่อาจไม่ต่อสัญญาคุมสังกัดอาร์เซนอลต่อไป อาจทําให้เจ้าตัวทบทวบเรื่องย้ายทีมขึ้นมา

 

บาร์ซ่าประสบปัญหาอย่างหนักในการหาตัวแทนของ ดานี่ อัลเวส ในตําแหน่งแบ็คขวาโดย อเล็กซ์ บิดัล ที่ดึงเข้ามาแทนก็ได้รับบาดเจ็บพักยาว

ผอ.สิงห์หนุ่มปัดขาย ดาฮูด ให้ดอร์ทมุนด์

แม็กซ์ เอเบิร์ล ผอ.กีฬา โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ปฏิเสธข่าว มาห์มูด ดาฮูด มิดฟิลด์อนาคตไกลที่กําลังจะย้ายไปค้าแข้งให้กับ เสือเหลือง

สื่อเยอรมันรายงานว่า มิดฟิลด์วัย 21 กะรัต บรรลุข้อตกลงย้ายซบทีมเสือเหลือง แล้ว ซึ่งเขาเหลือสัญญาอีกเพียง 1 ปีกับต้นสังกัด

ทั้งนี้ ล่าสุดผอ.กีฬา ของทีมโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ได้ออกโรงปฏิเสธข่าวดังกล่าว และแสดงเจตนาว่าพวกเขายังต้องการต่อสัญญากับมิดฟิลด์ตัวเก่งต่อไป

เบี่ยงโคเนรีเตรียมทาบ ”เอล โชโล่” แทน อัลเลกรี

ยูเวนตุสเตรียมเดินหน้าทาบทาม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้ามารับงานคุมทีมต่อจาก น้ากี้ ที่กําลังตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะเข้ารับงานคุมอาร์เซนอล

 

กุนซือวัย 49 ปีเหลือสัญญาอยู่ในถิ่นตูรินอีกเพียง 1 ปีและกําลังตกเป็นข่าวว่าจะไปสานงานต่อจาก เจ๊ นายใหญ่ของเดอะกันเนอร์ที่กําลังจะหมดสัญญาลงในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

 

ด้วยเหตุเป็บเป้ มาร็อตต้า ผู้อำนวยการทีม''ม้าลาย''จึงต้องหากุนซือคนใหม่เข้ามาแทนโดยเล็งไปที่ เอล โชโล่ ซิเมโอเน่ ของแอตเลติโก้ มาดริดที่สนใจจะกลับมา กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งเหมือนสมัยยังเป็นนักเตะ