Tag Archive: ผีแดง

เดอะ รีเจ้นท์ ของ ยูดาส

โทษฐานที่เคยเป็นเทพเจ้าแห่ง สแตมฟอร์ด บริดจ์ มาก่อน กุนซือซาตานแดงคนปัจจุบันอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เลยถูกแฟนบอลบางชนิดของ เชลซี เรียกอย่างไม่ให้เกียรติว่า ''ยูดาส''
"ยูดาส" (Judas) อันซึ่งก็คือ ยูดาส อิสติดอยู่ริออต หนึ่งในอัครนักการทูตของพระเยซูคริสต์เจ้า ผู้คาบข่าวไปบอกทหารโรมันว่าคนใดกันเป็นพระเยซูคริสต์กระทั่งส่งผลให้ท่านถูกจับไปตรึงบนไม้กางเขนนั่นแล เพราะฉะนั้น & ฉะนี้ คำว่า "Judas" ก็เลยแปลเป็นไทได้ว่า "ไอ้คนคิดคดทรยศ"
ย้อนกลับไปในเกมที่ เชลซี บรรจงถีบ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย เอฟเอ คัพ เมื่อกลางเดือนเดือนมีนาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา กองเชียร์เจ้าถิ่นแผดเสียงโห่ไล่พลางร้องล้อเลียนอดีตกาลผู้จัดการทีมของตัวเองที่บุกมาเยี่ยมว่าเป็น "ยูดาส"
ข้างหลังแพ้ศึกตอนนั้นที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ – โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เลยส่งสารถึงกองเชียร์กรุ๊ปนั้นว่า…ก็ไอ้คนคิดคดทรยศคนนี้มีใช่หรือที่เคยเสกให้ทีมของพวกเอ็งครองแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 สมัย!
อืมมมม…บางครั้งบางคราวผมก็รู้สึก "พ่อไม่รู้เรื่องตุ้ม" อย่างหนักกับแฟนบอลบางประเภทในยุคปัจจุบัน เฉพาะอย่างยิ่งกับแฟนบอลแบบใหม่ที่เติบโตมาในสมัยที่โลกเน่าๆของพวกเราถูกครอบงำด้วยระบบโซเชี่ยล เน็ตเวิร์ค อันก่อให้เกิดแฟนบอลประเภทผ่าเหล่าที่ราษฎรเรียกชื่อว่า "สั้นคีย์บอร์ด" ขึ้นมา แฟนบอลประเภทนี้มักจะเอาจริงกับทุกเรื่อง สัมผัสไม่ได้ โดนแซวไม่ได้ รวมทั้งแพ้ไม่เป็น แถมหมดอารมณ์ขันอีกต่างหาก
แน่นอนว่าแฟนบอลประเภทนี้สามารถพบได้อย่างเยอะมากอยู่ในโลกเปรียบเสมือนจริงนี่แหละ
บางครั้งบางคราวกองเชียร์ของ เชลซี ประเภทนี้อาจกำเนิดไม่ทันในสมัยแรกที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กระชากความโหฬารกลับมาให้ เชลซี อีกรอบเมื่อทศวรรษที่แล้ว หรือแกล้งโง่ หรือปัญญาอ่อนเกินกว่าที่จะเข้าใจอะไรก็ไม่เคยรู้ ในขณะที่ความจริงมันก็พึ่งผ่านไปไม่นานสักเท่าไหร่พวกเขาถึงไม่รู้ว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่เคยคิดคดทรยศ เชลซี มิหนำดูเหมือนจะเป็น เชลซี ด้วยที่คิดคดทรยศ โชเซ่ มูรินโญ่
ตอนวางตูดอยู่บนตำแหน่งผู้จัดการทีมสิงห์บลูส์ กุนซือชาวขนมฝอยทองผู้นี้ทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความสำเร็จของสมาคม แม้ต้องแลกมาด้วยความไม่ชอบก็ตาม แต่ทว่าผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาเป็นการเช็ดก "คิดคดทรยศ" ถึง 2 ครั้ง 2 คราว
หากคนใดกันไม่เชื่อ เวลาพบตัวเป็นๆของ "มูมู่" ก็ลองขอพี่มึงมองแผ่นข้างหลังได้เลยครับ ถ้าเกิดพี่มึงยอมเปิดให้มอง คุณจะพบอะไรที่เรียกว่า "รู" อยู่บริเวณกลางข้างหลังถึง 2 รู
รูอันดับที่หนึ่ง – พี่มึงถูกผู้ครอบครองทีมชาวรัสเซียเอามีดปากฉลามที่ผลิตขึ้นตั้งแต่สมัยที่ยังใช้ชื่อว่าสหภาพโซเวียตทิ่มแทง ข้างหลัง เชลซี สูญเสียความโหฬารให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนถูกเนรเทศออกมาจาก เดอะ บริดจ์ พร้อมเงื่อนไขมากไม่น้อยเลยทีเดียว ดังเช่นห้ามรับงานผู้จัดการทีมโดยทันที รวมถึงห้ามเป็นกุนซือให้ทีมอื่นในอังกฤษภายในระยะเวลา 1 ปี
จนถึงแผลฉกรรจ์จากมีดปากฉลามสมานกันดีก็เลยกลับมาจูบปากกันใหม่ ครั้งนี้ "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" ช่วยทำให้ เชลซี กลับมาผงาดง้ำค้ำเมืองหลวงลูกหนังอีกรอบ
แต่ทว่าเพียงแค่ฤดูกาลถัดมาที่กุนซือผู้หยิ่งถูกลูกทีมตัวเองเอามีดปลายแหลมสำหรับหั่นปลามากุโระ ความยาว 1 ฟุตกว่าๆกะซวกเข้าที่กลางข้างหลังทะลุถึงหัวใจเป็นรูที่ 2 ในชีวิต
เท่านั้นไม่พอ ลูกทีมของเขาบางคนยังสั่งซื้อ "ศาสนาเชนซอว์" (Chainsaw) จากมลรัฐเท็กซัส เพื่อเอามาเลื่อยขาเก้าอี้ผู้จัดการทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ กระทั่งขาดสะบั้น ส่งผลให้พี่มึงถูกโคตรมหาเศรษฐีชาวรัสเซียคนเดิมเนรเทศออกมาจากอาณาจักร สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นคำรบที่ 2

เมื่อไม่มีพันธะสัญญาหัวใจอะไรก็แล้วแต่ต่อกันแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ก็มีสิทธิ์ร่วมงานกับท่านปีศาจร้าย หรือสมาคมไหนก็ได้โดยไม่ผิดกติการวมทั้งมรรยาทไม่ใช่หรือ?
นอกจากนั้น เชลซี กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ใช่แฟน-คู่ปรับ, คู่เวร-คู่กรรม หรือคู่บุญ-คู่บรรพชาของกันและกันในประวัติศาสตร์ลูกหนังซะหน่อย
ที่สำคัญเป็นในการเจอกัน 2 คราวแรกของฤดูกาลนี้ เชลซี ก็เป็นฝ่ายมีชัยอย่างงดงามทั้ง 2 ครั้ง
มันขาดเหตุผลอันใดเลยครับที่แฟนบอล เชลซี บางชนิดจะไปเรียกอดีตกาลกุนซือทีมตัวเองว่า "ยูดาส"
นั่นเป็นเหตุผลที่บอกว่าเพราะอะไร โชเซ่ มูรินโญ่ ถึงยกสามนิ้วพลางเอากำปั้นขวาทุบไปบนหน้าอกข้างซ้ายของตัวเองที่มีตราซาตานสามง่ามประทับอยู่ เหมือนกับอยากบอก "คู่รักเก่า" ของตัวเองว่า "ไอ้เชี่ย!…กูไปฆ่าพ่อเอ็งหรอ?" เอ๊ย! ไม่ใช่ เหมือนกับอยากบอก "คู่รักเก่า" ของตัวเองว่า "กูนี่แหละที่เสกให้ทีมของพวกเอ็งได้แชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 สมัย รวมทั้งในเวลานี้กูเป็นซาตานแดง"
รู้เรื่องว่าพี่มึงคงแค้นฝังหุ่นมากครับที่แพ้ทีมเก่าของตัวเอง 2 ครั้งติดต่อกัน – โดนไป 5 ดอกย้ำๆโดยเอาคืนไม่ได้เลย แถมถูกตราหน้าว่าเป็นไอ้คิดคดทรยศอีก
การเผชิญหน้ากับ เชลซี เป็นครั้งที่ 3 ในฤดูกาลก็เลยถือเป็นการศึกครั้งสำคัญที่สุดคราวหนึ่งในชีวิตของ โชเซ่ มูรินโญ่ เลยทีเดียว!
มันก็เลยนำมาซึ่งการก่อให้เกิด "สูตรพิเศษ" ที่กุนซือวัย 54 กะรัตผู้แค้นผู้นี้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อกำราบทีมเก่าของตัวเองโดยเฉพาะ
นั่นเป็นระบบการเล่นแบบ 2-2-4-2 ที่เป็นลูกผสมระหว่างสูตร 4-4-2 กับ 3-5-2
สูตรนี้มีผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค 2 ตัวอย่าง เอริก ไบยี่ กับ มาร์กอส โรโฮ ที่เป็นเสมือนเสาหิน 8 ศอกตอกเป็นหลัก – ขยับขึ้นไปเป็นผู้เล่นในตำแหน่งพิเศษอีก 2 คนอย่าง อันเดร์ เอร์เรร่า กับ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน คอยปฏิบัติหน้าที่ตามเกาะติด เอแด็น อาซาร์ กับ เปโดร 2 กองหน้าครึ่งปีกของ เชลซี ในแบบอย่าง "เอ็งไปไหน กูขอไปด้วยคนครับ"
สำหรับ 4 กึ่งกลาง มีมิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน มารูยาน เฟลไลนี่ กับ ปอล ป็อกบา ประชิดข้างด้วยแบ็คครึ่งปีกอย่าง อันโตนิโอ วาเลนเซีย กับ แอชลี่ย์ ยัง ส่วนกองหน้า 2 คนใช้ผู้เล่นที่มีความกระปรี้กระเปร่ารวมทั้งรวดเร็วอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เจสซี่ ลินการ์ด ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลที่บอกว่าเพราะอะไร ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ถึงเป็นเพียงตัวสำรอง
กลยุทธเป็นให้ อันเดร์ เอร์เรร่า กับ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน จับตายกองหน้าครึ่งปีกที่เป็นตัวทำเกมรุกของ เชลซี ในระบบ 3-4-3
นั่นพอๆกับว่าทั้ง เอแด็น อาซาร์ กับFun88เปโดร จะถูกเอาออกจากเกมไปโดยปริยาย ในเวลาที่หัวหอกผู้เดียวอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า จะต้องพบรุมกลุ้มรุมจากทั้ง เอริก ไบยี่ รวมทั้ง มาร์กอส โรโฮ
มิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน คอยทำลายจังหวะคู่ต่อสู้รวมทั้งเชื่อมเกม
วิง-แบ็ค ทั้ง 2 ข้างวิ่งขึ้นวิ่งลง ปฏิบัติหน้าที่ทั้งรุกรวมทั้งรับ
สำหรับกองหน้า 2 คน เว้นเสียแต่จะมีความเร็วกว่ากองหลังของ เชลซี แล้วยังมีความขยันพลางไล่บดบี้รวมทั้งซอกซอยยิกไม่หยุดยั้งตั้งแต่ในแดนของคู่ต่อสู้
เมื่อผู้เล่นซาตานแดงวิ่งมากกว่าพลางเล่นอย่างมีระเบียบวินัยบนความขะมักเขม้นรวมทั้งทุ่มเทเต็ม 80,000 ตีนถีบ ก่อนหาจังหวะจู่โจมอย่างฉาบฉวยให้น้อยจังหวะ
คำตอบที่ออกมา เว้นเสียแต่จะกะซวกชัยอย่างสวยสดงดงาม ด้วยสกอร์ 2-0 แล้วยังไม่อนุญาตให้ เชลซี ยิงตรงกรอบเลยสักหนึ่งครั้ง!

ความจริง "สูตรพิเศษ" แบบเฉพาะกิจสูตรนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาตั้งแต่เกมที่แล้วในศึก เอฟเอ คัพ ซึ่งเกมนั้น ฟิล โจนส์ ถูกวางไว้เป็นตัวพิเศษคอยลุกลามโซ่ เอแด็น อาซาร์ โดยเฉพาะ
รูปเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้เป็นรองเจ้าถิ่นเลยด้วย จนถึงแผนดันมาแตกเสียก่อน ด้วยเหตุว่าความปัญญาอ่อนของผู้ตัดสินเฮงซวยอย่าง ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ที่ไล่ อันเดร์ เอร์เรร่า ออกมาจากสนามแบบไม่สมเหตุสมผล
มันก็น่าคิดเช่นเดียวกันครับว่าหากเกมนั้น "พี่น้อย" ไม่โดนไล่ออกเสียก่อน ผลจะออกมาอย่างไร
สุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ก็หยุดสถิติไม่ชนะ เชลซี อย่างช้านานเอาไว้ที่ 12 นัดหมาย (นับจากปี 2012) แต่ทว่ามันจะต้องแลกมาด้วยการสูญเสียพลังงานอย่างมากมาย ซึ่งเดือนเมษายนผ่านไปแค่กลางทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ซอกซอยยิกไปแล้วถึง 5 นัดหมาย
บางครั้งบางคราวมันอาจส่งผลเสียถึงเกมต่อไปก็ได้คนใดกันจะไปรู้ ??? แต่
โชเซ่ มูรินโญ่ สามารถชำระแค้นทีมเก่าที่เคยแทงตัวเองจากข้างหลังได้อย่างสม
แถมชัยของ "ยูดาส" ในนัดหมายนี้ยังทำให้ช่องว่างระหว่างการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกต่ำลงเหลือแค่ 4 แต้มอีกต่างหา
กับอีก 6 เกมที่เหลือในฤดูกาลนี้ เชลซี ยังถือไพ่เหนือกว่า สเปอร์ส ครับ ด้วยเหตุว่าพวกเขาพบโปรแกรมที่ค่อยกว่า
ก็แค่อย่าพลาดมาแล้วกัน

ศึกยากที่ปีศาจแดง

หลังการตกรอบยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยกมือสารภาพว่ามันคือความผิดพลาดของเขาที่ไม่สามารถทำให้นักเตะเล่นเกมรุกได้ในนัดแพ้โมนาโก ระหว่างที่ โชเซ มูรินโญ ยืนยันปัจจุบัน ''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมลุ้นแชมป์'' เกิดอะไรสังกัดสองทีมดังจากเมืองแมนเชสเตอร์
ดูเหมือนสถานะการณ์ปัจจุบันมันเป็นไปในแนวทางของการตั้งตัว ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าสองสามก้าว ทั้งสองผู้ฝึกสอนที่ได้รับการสารภาพว่าเก่งที่สุดในโลกในรอบ 10 ปีให้หลัง ถึงกับออกปากเช่นนั้นเอาการของ เป๊ป ก่อน
คครั้งหน้าจากโมนาโกพบว่า "เรือใบสีฟ้า" ยังไม่สามารถยกระดับตนเองให้ก้าวไปยังทีมที่ใหญ่กว่าพรีเมียร์ลีก แม้วัตถุประสงค์ของพวกเขาแจ่มแจ้งยิ่งนัก แม้กระทั่งพวกเขามี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ในช่วงเวลานี้โดนบ่นว่าว่าที่ได้แชมป์เพราะเหตุว่าทีมบาร์ซ่ากับบาเยิร์น มิวนิค มันดีอยู่แล้วมองจากจำนวน…หลังเกมโมนาโกพบว่ามันน่าหดหู่รวมทั้งท้อแท้ใจกับการทุ่มทุนสร้างของอาบูดาบี ยูไนเต็ด กลุ่ม
ครึ่งแรกเสีย 2 ประตู แถมไม่ได้ยิงสักครั้ง อย่าว่าแต้ยิงเลย แค่ทำเกมให้ขึ้นไปหน้าบ้านโมนาโกยังยาก ที่สำคัญกองหลังโชว์ความอ่อนหัดให้เห็น คลอดลูกสะเปะสะปะ ดินแดนกลางสู้คนพลังหนุ่มโมนาโกไม่ได้
เป๊ป ถูกตั้งข้อซักถามว่าสกอร์ที่ดีกว่า 2 ลูกคือสิ่งที่ต้องการหรือไม่ต้องไปใช้กลางรุก 5 คนโดยผลักภาระหน้าที่ให้ แฟร์นานดินโญ ผู้เดียวที่เป็นตัวตัดเกม ท้ายที่สุดมันเกิดขึ้นนั่นคือดินแดนกลางแพ้ราบคาบดินแดนกลางแพ้…กองหลังยิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นปัญหาใหญ่ของทีมในปีนี้
การเสียสองประตูครึ่งแรกทำให้งานยากเกิดขึ้นแต่ว่าพวกเขาสามารถยิงตีไข่แตกหรือลุ้นตีเสมอได้ แต่ว่าจากเกมครึ่งแรกไม่มีผู้ใดเห็นว่ามันเป็นเช่นนั้น ทุกคนเห็นว่ามีแต่ว่าจะโดนเพิ่มถ้าหากออกมาทรงนี้ ความแน่ใจมันก็สวนกัน…ซิตี้ จำต้องกลับมาพีคสุดๆมิเช่นนั้นโดนถล่มเละ
เกมมองดีขึ้นแต่ว่ากว่าจะได้ยิงก็ขว้างเข้าไปนาทีที่ 65 นั่นคือจังหวะแรกที่ ซูบาซิช ได้เซฟ ก่อนที่จะ ซาเน จะยิงประตูตีไข่แตก อันเป็นประตูสำคัญ 2-1 หากว่ากันตามจริงครึ่งแรกเกมดีขึ้นผิดหูผิดตา พร้อมยิงคืนได้ตลอด
แต่ว่าปัญหาก็คือกองหน้าดันไม่คมอีก…ใช้จังหวะเปลือง กว่าที่ ซาเน จะยิงตีไข่แตก รวมทั้งหลังจากนั้นเป็นต้นมาเป็นหน้าที่กองหลังที่ไม่ได้ช่วยคุ้มครองอะไรเลย โดน 3-1 ที่เป็นประตูสำคัญส่งโมนาโก เข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุดจากผลบวก 6-6 ที่ได้จากยิงนอกบ้าน 2 ประตู
ใจความสำคัญคือเกมรุกยังเพียงพอวางใจได้ว่าดี แต่ว่าเพียงพอเกมรับซึ่งยังไม่แก้ไขรวมทั้งพร้อมเสียประตู มันทำให้แมนฯซิตี้ ล้มเหลว รวมทั้งเมื่อมองภาพรวมๆรุกพอได้ ดินแดนกลางงั้นๆไม่แน่น ไม่ปึ้ก หลังพร้อมเสียเรือใบสีฟ้า ก็เลยเป็นทีมที่คล้ายกับลิเวอร์พูลคือ…."ขาดสมดุล" ในทีมไป
รับห่วยแตก รุกพอได้ อย่างนี้จังหวะประสบผลสำเร็จมีจำกัด ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่เราเห็นคือราวๆนี้ ลุ้นพื้นที่ชปล. แต่ว่าลุ้นแชมป์อาจยาก เพราะเหตุว่าความสมดุลของทีมไม่มี มันขาดสาระสำคัญในทีมไป เหมือนกับทีมที่รับดี…แต่ว่ารุกไม่สบโอกาสประสบผลสำเร็จลดลง
เป๊ป สารภาพหลังเกมแพ้โมนาโกว่าเขาไม่สามารถทำให้ผู้ร่วมทีมเล่นแบบดุดัน ก้าวร้าว รวมทั้งมีเกมรุกที่ดีเพียงพอในการชนะโมนาโก เขารับผิด ไม่โทษนักเตะ แต่ว่ามั่นใจว่าในใจคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่ถูกกาชื่อทิ้งในซัมเมอร์หน้านี้แน่ๆ
แผงหลังในเวลานั้นอยากได้ฟูลแบกใหม่เพื่อมาเติมไฟในการเล่น ไม่ใช่ชุดเดิมอย่าง ซาบาเลต้า, คิลชี, โคลารอคอยฟ หรือจนถึงเซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง ออตาเมนดี้ ก็ไม่ใช่เซนเตอร์มีเกรดอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียว แม้จะติดทีมชาติอาร์เจนติเตียนน่าก็ตาม

แผงหลังนี่ชูแผง …จอห์น สโตน เองก็จำต้องเล่นกับเซนเตอร์ที่มีระดับกว่าเขา ถ้าหากมุ่งหวังให้เขาคุมหลังผู้เดียวในช่วงเวลานี้ กระดูกบอลไม่ถึง ในยุโรปนี่ชัดเลย มีปัญหาในการเล่นเกมชั้นสูง ระหว่างที่ดินแดนกลางขาดตัวตัดเกมประสิทธิภาพไป
แนวรุกจัดว่าพอได้ ชุดนี้ ทั้ง กุน อเกรโร , ซาเน, ราฮีม ยังได้โอกาสปรับพฤติกรรมเองได้ ที่ดีเป็นส่วนตัวคือ เควิน เดอ บรอยน์ ระหว่างที่ ซิลบา ปีถัดไปจะยิ่งโรยหนักกว่านี้
ดูแล้วอิดโรย…มันคืองานใหญ่สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในกระบวนการทำทีมให้ยิ่งใหญ่ในแถวหน้าของวงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวไปคว้าแชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ยุคแรกให้แมนฯซิตี้ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์สูงสุดในการสร้างแบรนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้อดทน
จากเพื่อนบ้านเสียงดังมายังเพื่อนบ้านที่มองเงียบๆไม่ฮือฮาเหมือนตอนซัมเมอร์ ที่มีหวังมากไม่น้อยเลยทีเดียวหลังการแต่ง โชเซ มูรินโญ คุมทีม
ปัจจุบันแม้เข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุดบอลยูโรปา ลีก รวมทั้งเหลือถ้วยเดียวที่ได้ลุ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูรินโญ ให้สัมภาษณ์กับ แกรี ลินิเกอร์ โฆษกรายการ "พรีเมียร์ลีก โชว์" ทางช่องสถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซี มากมายใจความสำคัญที่สำคัญสุดเขาบอกว่า "เรายังไม่พร้อมสำหรับการเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"คมกริบสำหรับประโยคนี้ รวมทั้งมันไม่ต้องขยายความว่าอะไรแม้กระทั่งมากไม่น้อยเลยทีเดียว
"ผมคิดว่าเรายังไม่พร้อมสำหรับการครอบครองยุทธจักรบอลอังกฤษ เรายังไม่พร้อมที่จะมานะ, ชนะทุกเกม มันยังมีช่องว่างระหว่างความทะยานอยากตามธรรมชาติของทีมยักษ์ใหญ่ รวมทั้งสิ่งที่เราเป็นอยู่จริงๆตอนนี้"มันยากขึ้นกว่าเดิม มันไม่เหมือนกับ 10-20 ปีกลายอย่างสิ้นเชิง"
ผมว่าเขาสะท้อนอะไรได้แจ่มแจ้งในเรื่องนี้ เขากำลังติดต่อกับแฟนแมนฯยูฯ ที่เต็มไปด้วยความหวังชั้นสูงรวมทั้งจำต้องมานะประพฤติแบบจมให้ลง เพราะเหตุว่ามันจะเข้าเกณฑ์แปลงเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่รู้สึกแบบงั้นมาตลอด 26 ปี หลังจากได้แชมป์ลีกคราวสุดท้ายปี 1990อีกประโยคเด็ดหนึง่ที่สำคัญคือ "ผมมาทำงานกับสโมสรที่น่าเสียใจ"อันนี้ว่าคนใดนะ…ทดลองอ่านกันมอง เอาหลักๆคือเขาพูดว่า "ถ้าหากเป็นผมจะไม่ขาย อังเคล ดิ มาเรีย, ชิชาริโต้ รวมทั้ง ดินแดนนี เวลเบค"
มั่นใจว่าสามคนนี้อาจได้รับความรู้สึกเชิงขัดแย้งจากแฟนผีแน่ๆเพราะเหตุว่า ดิ มาเรีย มาในตอนที่ทีมตกลงไปจากเดิม ระหว่างที่ เวลเบค ก็ไม่ได้รับความชื่นชมยินดีมากไม่น้อยเลยทีเดียวนัก ส่วนชิชาริโต้ นั้นน่าจะเป็นขวัญใจอยู่แต่ว่าเชิงแทกติเตียนกแล้วการขาย เวลเบค รวมทั้ง ชิชาริโต้ ออกไปมันคือคุณขาดกองหน้าตัวจบสกอร์
ส่วน ดิ มาเรีย นั้นคือนักเตะที่ มูรินโญ พอใจ รวมทั้งเป็นนักเตะคนแรกที่เขาซื้อไปร่วมทีมเรอัล มาดริด รวมทั้ง ดิ มาเรีย ก็กลับเข้าสู่ฟอร์มทอปของเขาเหมือนเดิมกับทีม เปแอสเช มั่นใจว่าถ้าหาก มูรินโญ อยู่กับทีมเร็วกว่านี้เขาก็ซื้อมาร่วมทีมรวมทั้งใช้งานเป็นตัวเดินเกมให้แนวรุก
ส่วนนักเตะที่ มูรินโญ ไม่เอ่ยชื่อว่า ถ้าหากเป็นเขาจะไม่ซื้อมาร่วมทีม ซึ่งเราเองสามารถทายใจได้ไม่ยากเพราะเหตุว่าจากสิ่งที่เขาปฏิบัติในสนามชิงชัยรวมทั้งการจัดทีมลงเล่นทุกอาทิตย์เพียงพอจะนำชื่อมาเฉลยกันได้ไม่ยากมูรินโญ มีมารยาทรวมทั้งมืออาชีพมากพอที่จะไม่เอ่ยถึงรวมทั้งมันไม่สมควรพูดถึง แต่ว่าผมมั่นใจว่าไม่ใช่แฟนผีก็ทายใจได้ไม่ยาก
สิ่งที่ผมมั่นใจว่าแฟนผีรวมทั้งแฟนบอลทั่วๆไปจำต้องพอใจกับการให้สัมภาษณ์ในประโยคต่อมาพร้อมกับ ลินิเกอร์ ว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นสโมสรที่มีความโหฬารมากมาย ไม่ควรต้องไปแชมเปี้ยนส์ ลีกเพื่อดึงดูดนักเตะมาร่วมทีม"
เขาพูดถึง…อิบราฮิโมวิช ควรอยู่กับ ปารีส, ป๊อกบา ควรอยู่กับยูเวนตุๆส รวมทั้ง มคิทาร์ยาน ควรอยู่กับดอร์ทมุนด์ต่อไปถ้าหากนักฟุตบอลนึกถึงเรื่องการเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก รวมทั้งเขาเองรู้สึกแฮปปี้มากมายๆถ้าหากนักเตะตกลงใจไม่ย้ายมาเพราะเหตุว่าทีมไม่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะดีใจมาก ที่ไม่ได้นักเตะอย่างนี้มาร่วมทีม
เอาง่ายๆว่า นักเตะต้องมีใจมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยุยงไนเต็ด ด้วยเงื่อนไขเดียวคือเพราะเหตุว่านี่คือแมนฯยูฯ ไม่ใช่ทีมที่จำต้องไปเล่นชปล. หรือได้โอกาสไปเล่น
จริงครับผม…การพูดอย่างนี้ไม่ใช่เอาอกเอาใจหรือแค่ให้เกียรติ แต่ว่ามันคือแนวทางการทำงานของ มูรินโญ รวมทั้งผมมั่นใจว่าผู้ฝึกสอนทุกคนจำต้องมีแนวทางอย่างนี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็อาจไม่ได้อยากนักเตะที่มาเล่นกับทีมเพื่อ "เงิน" , เกียรติ หรืออะไรนักเตะจะมาเล่นกับทีมนี้เพื่อ "สโมสรแห่งนี้"
มันยังไม่สิ้นสมัยหรอก…เพราะเหตุว่าตอนท้ายแล้วทีมที่ใช้เงินทุ่มซื้อนักเตะก็จะใช้เงินซื้อนักเตะตลอดเวลา ไม่สามารถดึงนักเตะที่มีความรู้ความสามารถรวมทั้งมีจิตใจอยากประสบผลสำเร็จกับทีมมาร่วมทีมได้ ปัญหาของสองทีมจากเมืองแมนเชสเตอร์ นั้นคนละแบบ
ระหว่างที่ เป๊ป บอกว่าไม่สามารถทำให้นักเตะเล่นเกมตามที่เขาอยากได้ได้ รวมทั้งทีมอาจควรมีการเปลี่ยนแปลงในซัมเมอร์ มันก็คล้ายกับ มูรินโญ เพียงแค่ มูรินโญ มีแนวทางการทำงานของเขาที่ยืนยันอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า
"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากได้นักเตะที่มีใจอยากมาเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด โดยมีเงื่อนไขเดียวเพราะเหตุว่านี่คือแมนเชสเตอร์ ยุยงไนเต็ด"